
Published on
January 9th, 2007-4:15 am.
Tags: Blog, Tag.
โดน Tag มาจาก Katanyoo’s Blog (เห็นว่าเราบ่น ๆ ว่าไม่โดน Tag เลย Tag เราเหรอ รู้นะว่าหาคน Tag ไม่ได้ ฮ่า… เพราะเค้าเล่นกันหมดแล้ว)
[update 1, 10 มกราคม 2549 19:59 น. ] มีคน Tag มาตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว แต่เพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เอง จาก AnnoMundi’s Weblog ครับ
อธิบายสั้นๆ Blog tag ก็คือ การบอกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเอง 5 อย่าง แล้ว tag ต่อให้คนอื่นทำบ้าง แบบนี้ไปเรื่อยๆ
1. ชื่อ Ford AntiTrust เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาด้วยความอยากสื่อถึงสิ่งที่ตนเองมี และตนเองชอบ Ford เป็นชื่อเล่นที่พ่อและแม่ ตั้งให้ตั้งแต่เด็กในตอนนั้นพ่อซื้อรถ Ford พอดีเลยตั้งเสีย ส่วน AntiTrust นั้นมาจากว่าตัวเองดูภาพยนต์เรื่อง AntiTrust แล้วติดใจชอบมาก และคิดว่าในชีวิตหนึ่งจะได้ทำงานในสภาพแวดล้อมใน Nurv และมีความเก่งแบบ Milo Hoffman ในเรื่องบ้าง ถึงแม้ Nurv จะถูกสร้างขึ้นในจินตนาการให้เหมือนกับ Microsoft ก็ตามที และในนัยหนึ่งก็คือในตอน ม. ปลาย จะเป็นพวกปลายแถวในเรื่องเรียน แต่ Nerd ในเรื่องคอมพิวเตอร์มาก จนกลายเป็น Lab-Boy วันๆ อยู่แต่ห้อง Lab Computer จริง ๆ แล้วสิงตั้งแต่ ม.ต้น ช่วง ม. 3 นั้นแหละ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ก็พยายามกำจัด Nerd ออกจากตัวไป เริ่มเป็นคนมากขึ้น และกลายเป็น Geek จัด ๆ ก็ช่วงปี 3 และการที่ชอบทำอะไรแปลก ๆ และไม่ชอบทำอะไรที่คนเค้าทำกัน จึง Anti การผูกขาดแนวคิดที่ใช้คำว่า "ใคร ๆ เขาก็ทำกัน" จึงเป็นที่มาของคำว่า AntiTrust ที่แข็งกร้าวมากขึ้นกว่าตอนแรกในช่วง ม.ปลาย
2. IT IDols ของผมคือ Bill Gates หลายคนคงแปลกใจ หรือบางคนที่รู้จึกผมมาก ๆ คงไม่แปลกใจ เพราะผมอ่านประวิติและแนวการทำบริษัท Microsoft ตั้งแต่ตอนอยู่ ม. 1 ในหนังสือ Computer Today ก่อนที่จะรวมเล่มทีหลัง ซึ่งผมก็ยังคงมีเล่นนี้อยู่ โดยหนังสืออื่น ๆ ทั้งไทย และเทศ ถ้าเป็นของ Bill Gates ก็จะพยายามหาซื้อมาให้ได้ โดยในช่วงเวลาอันใกล้นี้จะสั่งหนังสือเกียวกับเขาอีกหลายเล่มจาก Amazon.com แนวคิดการทำงาน และการปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำงานในชีวิตประจำวัน เป็นอะไรที่โด้ดเด่น และน่าประทับใจอย่างมาก ใครได้อ่าน The Road A-Head จะเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าสิ่งที่เขาคนนี้เขียนไว้ได้เป็นจริงแล้วในวันนี้อย่างมากมาย น่าประทับใจมากครับนายคนนี้
3. ยังคงสายตาดีอยู่ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเล่นคอมพิวเตอร์มากมายแค่ไหน ทำให้เคยได้มีโอกาสใส่แว่นกันเค้าเสียที
4. ภาษาโปรแกรมแรกที่ได้เขียนคือภาษา LOGO และจริง ๆ จัง ๆ กับภาษา C ตอน ม. 3 ส่วนระบบปฎิบัติการตัวแรกในชีวิตคือ DOS 5 Thai ตามด้วย Word Processor คือ RW Word
5. แม่คือคนที่ทำให้ผมได้สัมผัส Computer ได้มากเท่าที่อยากจะทำ ถึงแม้ว่ากว่าจะได้คอมพิวเตอร์ก็ตอน ม.4 และก่อนหน้านั้นไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง แต่ก็อาศัยใช้ตามเวลาที่มีอยู่ที่เรียนพิเศษด้านคอมพิวเตอร์ ECC สาขานครสวรรค์ (ทำเครื่องเค้าพังไปหลายตัว ฮ่า ….)
อีก 5 คนก็รับช่วงต่อไปนะคร้าบบบบบบบบ
ได้แก่ OHM DEV, N’Pop, พี่เดฟ, หน่อย SNC และ พี่ Devman (เจ้าของ Host ที่เช่าอยู่)
Thai Share This

Published on
January 7th, 2007-1:57 pm.
Tags: Blog, Tag.
ยังไม่มีใคร Tag มาที่แล้ว เราก็คงรอต่อไป อิๆๆๆๆ
Thai Share This

Published on
June 12th, 2005-1:36 pm.
Tags: Blog, Project.
และแล้วก็ได้ทำสักทีสำหรับ Blog Project Work เป็น Blog สำหรับบอกเล่าเก้าสิบ งาน Programming แล้วพวก Project งานต่างๆ ที่ได้ทำ ในส่วนที่เปิดเผยได้ แต่ท่าทางจะเปิดเผยไดเ้่เยอะในส่วนของ FOSS น่ะ ทั้งพัฒนาในด้าน .Net และ มาตรฐานอื่นๆ ในแบบ FOSS หรือพวก Web Application ต่างๆ ที่ได้รับการว่าจ้าง หรือจัดทำจากลูกค้า ซึ่งในส่วนนี้แล้ว จะเอาแค่เทคนิค หรือระบบที่เค้ายอมรับให้เผยแพร่ได้ เอามาบอกๆ กัน แต่ท่าทางจะพูดในเชิืงเทคนิดมากกว่า แล้วเจอกันนะ หุๆๆๆ
ติดตามได้ที่นี่
Thai Share This

Published on
April 28th, 2005-5:05 am.
Tags: Blog.
นี่เป็นคำถามที่เวลาผมส่งลิงส์ Blog ผมไปไม่ว่าจะใน IM หรือทางอีเมล ต่าง ๆ มักจะถามว่า “เขียนไปทำไม”
ในตอนแรกเริ่มเดิมที เห็นพี่ ๆ ที่ทำงานด้าน programming หรือตามเว็บต่าง ๆ เค้ามี blog กัน เลยคิดในใจว่า “เฮ้ย มันดียังไง เค้าเขียนกันไปเพื่ออะไร” พออ่าน ๆ ไปเริ่มคิดได้ ความคิดเริ่มตกผลึก ปัญญาเริ่มก่อเกิด ทำให้เข้าใจอย่างหนึ่งว่า สาเหตุหลักที่ชาวต่างประเทศในหลาย ๆ ประเทศที่เจริญ ๆ แล้วทำไมเค้าถึงเก่งนัก ทำไม เก่งกันในทางที่เกาะกลุ่มกันได้ หรือไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงความรู้มันถึงได้กระจายออกไปได้ดี ผมก็ตั้ง สมมติฐานในว่า คงเป็นเพราะมีส่วนที่ไว้แลกเปลี่ยนความรู้ หรือเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ กับผู้อื่น บางคนก็ว่า Diary หรือ Webpage แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งนั้นก็เป็นประเด็นที่น่าคิด และมีมากมายในเว็บของต่างชาติซึ่งมีเยอะมาก และมากกว่าไทยมากมายนัก แต่ Weblog หรือ Blog นั้นต่างออกไป
อย่างแรกคือ ความเป็นปัจเจกบุคคล หรือความเป็นส่วนตัว
อย่างที่สอง การสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง Blog หรือการโต้ตอบในแนว Webboard หรือ Community Web ที่เป็นไปในแนวทางเสนอหรือต่อยอดความคิดเห็นต่าง ๆ
ประการสุดท้าย ความง่ายในการใช้งาน ของตัวระบบ Blog เองที่สามารถปรับแต่ง แก้ไข ได้ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญหรือไม่ก็ตามที ไม่ต้องมี Host ไม่ต้องหาพื้นที่ทำเว็บต่าง ๆ และมันทำได้ง่ายๆ ทำให้มันเป็นสิ่งที่สำเร็จรูปในตัว คุณมีหน้าที่เพียงเอาความคิดใส่ลงไปในรูปแบบ Blog ที่สื่อถึงรูปแบบชีวิต และแนวคิดของคุณเอง (LifeStyle) ทำให้มันเชื่อมโยงกับข้อแรกที่ว่า มีความเป็นปัจเจกบุคคล มาก เข้ามาแล้วรู้เลยว่า Blog ของใคร อารมณ์แบบไหน
ข้อดีของ Blog นั้น คือทำให้เกิดสังคมในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันมากขึ้น เกิดความรู้ใหม่ ๆ ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจของตนเอง สู่สังคมโลก รวมถึงสื่อด้วยภาษาที่เป็นกันเอง หรือเรียบง่าย เข้าใจกันในหมู่หรือกลุ่มคนเหล่านั้น แต่บางคนก็สื่อด้วยภาษาที่รุนแรง แต่ก็อย่างที่บอก มันเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ถ้ารับไม่ได้ก็ต้องออกไป เพราะถือว่า Blog เป็นสิ่งที่สื่อถึงตัวตนของคน คนนั้นได้เป็นอย่างดี
ซึ่งทำให้ผมเริ่มเขียนมันมาเรื่อย ๆ อะไรที่เขียนแล้วคนอื่นอ่านแล้วได้ประโยชน์ก็จะเขียนไปเรื่อย ๆ แต่ก็มีคนตั้งคำถามว่า “ทำไมไม่เอาไปลงเว็บหล่ะ” คือผมคิดว่าสิ่งที่จะเอาไปลงเว็บของผมได้ มันต้องได้รับการกลั่นกรองมาอย่างดีพอสมควร และเป็นสิ่งที่ไม่ควรใส่อารมณ์ความรู้สึกของผมลงไปมากเกินไปนัก ไม่อย่างงั้นมันจะดูเป็นเหมือนเอาเรื่องส่วนตัวใส่ลงไปในเนื้อหาวิชาการ จนมันดูไม่เหมาะสม ทำให้ผมเขียน Blog แทนเพราะบางครั้ง มันเอาลงเว็บหลัก ไม่ได้ แต่อยากระบาย หรือเรารู้เรื่องบางอย่างเราก็อยากถ่ายทอดออกไป หรือมันเบื่อ ๆ อยากบ่นลง Blog ก็เอาเลย เต็มที่ 5555 และบางครั้งเป็นความรู้ที่ได้จากเว็บอื่น ๆ เราคัดลอกมาก็ไม่อยากมีปัญหาในเรื่องละเมิดต่าง ๆ ไปลงเว็บหลักเรา ใส่ Blog ไปแทนเพราะอย่างน้อย ๆ คนอ่านก็กลุ่มเล็ก ๆ และเปลี่ยนความรู้ข่าวสารต่าง ๆ สบาย ๆ ไม่มีวิชาการให้ปวดหัวนัก ภาษาง่าย ๆ อ่านสบายหัว (มั้งนะ -_-”)
อีกอย่างคือ “เขียนแล้วได้อะไร” ผมก็คงตอบไปคล้ายในย่อหน้าที่แล้ว แต่เสริมหน่อยว่า ความรู้อยู่ในหัว ในตัวเอา บางครั้งก็ไม่อยากให้มันหายไปกับความไม่แน่นอนของเวลา และความทรงจำของเราเอง เลยเขียนไว้เหมือนบรรทึกย่อ ๆ ในสิ่งที่เรารู้ เผื่อมันจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ เค้าบ้างดีกว่าเก็บไว้คนเดียว หรือถ่ายทอดแค่ไม่กี่คน เดี่ยวมันจะกลายเป็นคัมภัร์ที่สาบสูญ 555555555 (หนังจีนกำลังภายใน ย้ากกกกกกกกกก)
Thai Share This