Google


Tag Archive for 'บ่นบ้า'

ชนิดของสื่อที่เป็นเนื้อหาใน Tablet ในวงการศึกษา

จาก Tablet ในวงการศึกษา

พูดตรงๆ นะ เนื้อหาที่ใส่ใน Tablet สำหรับเด็กที่รัฐบาลจัดซื้อเนี่ย PDF ผมก็แทบจะกราบแล้ว เพราะเราสามารถทำได้เกือบจะทันทีครับ ส่วนในอนาคตจะมีรูปแบบอื่นๆ หรือไม่ ผมมองว่าขึ้นอยู่กับคนใช้และคนที่จะผลิตเนื้อหา จะมองเห็นช่องทางในการทำธุรกิจแล้วหล่ะ

ส่วนตัวนั้นผมมองว่าการทำธุรกิจด้านการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่ผิด (หนังสือที่เรียนๆ กันมันก็ธุรกิจหนึ่ง) เพราะงั้น การเพิ่มตัวเลือกและช่องทางเข้ามา ทำให้เกิดการแข่งขันในการผลิตเนื้อหาให้ดีขึ้น เข้าถึงง่าย การใช้ Tablet ในการปูทางแทนที่ Computer Desktop/Notebook ในอดีตที่หลายๆ รัฐบาลหรือแม้แต่ภาคเอกชนพยายามทำมาเกือบ 10 ปีและล้มเหลวอยู่ตลอดเวลานั้นอาจจะเป็นเพราะ Computer Desktop/Notebook นั้นยากในด้านการพกพาและยากต่อการใช้งานมากเกินไปสำหรับคนที่เริ่มต้นใช้งาน (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคงยากสำหรับบุคคลทั่วไป) และผมเคยมีข้อโต้แย้งในเรื่องการจัดซื้อ Notebook เพื่อการศึกษาไปเมื่อหลายปีก่อนในยุคของรัฐบาลคุณทักษิณ ซึ่งเขียนลง Blog ไปแล้ว เพราะเรื่องความง่ายในการใช้ การดูแลรักษา และความไม่เหมาะสมของช่วงอายุ

แต่ในตอนนี้การมี Tablet เข้ามาช่วยให้การเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นดิจิตอลนั้นทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เมื่อการเข้าถึงนั้นเปลี่ยนไป และตลาดคนเมืองที่มีกำลังซื้อนั้นได้พิสุจน์ตัวเองในระดับที่จับต้องได้ว่าเด็กอายุไม่มากก็สามารถใช้งานได้จริง ทั้งที่ประสบพบกับตัวเอง และคนอื่นๆ เล่าให้ฟัง เมื่อคนเข้าถึงง่ายขึ้น คนผลิตเนื้อหาย่อมกระโดดเข้ามาในตลาดนี้เช่นกัน ดังที่จะเห็นในตัวอย่างหลายๆ ประเทศ และสื่อเหล่านี้ในตลาดเมืองไทยนั้นก็เยอะขึ้น แม้จะอยู่บน App Store ของ Apple แต่สื่อเหล่านั้นเป็นลักษณะพร้อมที่จะแปลงและปรับเข้าสู่ OS ตัวอื่นๆ ได้ ด้วยความต้องการมี มีหรือจะไม่มีคนผลิต รอดูกันไปว่าจะเป็นเช่นไรครับ

Tablet ในวงการศึกษา

ขอสั้นๆ จริงๆ มีเรื่องเยอะกว่านี้ แต่อันนี้ออกแนวพูดแบบเร็วๆ

ปัญหาเรื่อง Tablet ในวงการศึกษา ถ้ามองในปัจจุบัน ไม่ใช่ตัว "เด็ก" หรือ "ผู้เรียน" แต่คือ "ผู้สอน" และ "ผู้ดูแล" มากกว่า ว่าจะจัดการและสามารถทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้หรือไม่

การเอา "เนื้อหา" และ "สื่อต่างๆ" เข้าสู่ภูมิภาคต่างๆ ที่ห่างไกล และขาดโอกาส (และเงินทุน) เป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา จะด้วยระบบสื่อสารความเร็วสูงอย่าง ADSL, WiMax และหรือดาวเทียมก็ตาม อุปกรณ์รับ แสดงผล และป้อนข้อมูลที่ง่ายกว่า Desktop/Notebook Computer ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ อาจจะเอาไปทำรายงานเป็นจริงจังไม่ได้ แต่ก็เอาไปเพื่อใช้งานใน input ที่ง่ายๆ (ซึ่งในตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย) การนำไปเพื่อรับสื่อเช่นวิดีโอ โดยอาจจะ copy แล้วส่งผ่านระบบไปรษณีย์พื้นฐาน ในกรณีที่ไม่มีระบบการสื่อสารอื่นๆ ที่ดีกว่า เพราะการส่งข้อมูลหลาย TB ผ่านโปรษณีย์เป็นเรื่องที่ทำง่ายและไว ในระดับที่ยอมรับได้ (ส่งวันนี้ไม่เกิน 3 วันถึงที่หมาย)

ซึ่งถ้ามองในมุมเนื้อหาวิชาการที่เป็นหนังสือเป็นเล่มๆ แล้วนั้น แทนที่จะต้องแบกหนังสื่อจำนวนมากๆ ไปโรงเรียนให้หนักและก่อให้เกิดอันตรายต่อสรีระร่างกาย (โรคต่างๆ ที่เกียวกับกระดูกสันหลัง) ถ้าได้เห็นการเรียนในปัจจุบันจะเห็นเด็กระดับประถมต้องแบกหนังสือกระเป๋าลากกันแล้ว ซึ่งดูบ้าบอมาก และไม่เหมาะสมกับสรีระ รวมถึงภาระของการเคลื่อนย้ายสถานที่เรียนที่มากมายขนาดนั้น ลองนึกถึงภาพลูกคุณต้องแบกรับน้ำหนัก 3-5 กิโลกกรัมเพื่อหิ้วไปไหนมาไหน ขนาดวัยรุ่น-กลางคนยังบ่นว่า Notebook 1-2 กิโลกรัมแบกไปทำงานยังว่าหนัก เด็กๆ สมัยนี้เค้าขนกันหนักกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นการมีอุปกรณ์ที่จัดเก็บและแสดงผลได้หลากหลาย การเชื่อมต่อระบบสื่อสารและการป้อมข้อมูลที่ง่าย ในน้ำหนักที่ไม่มาก จึงเป็นสิ่งที่ควรมีไว้เป็นทางเลือก

เลิกนำกระบวนทัศน์แบบเดิมๆ ในอดีต ที่โลกเรามีข้อมูลเนื้อหาวิชาการณ์ที่ไม่เยอะ มาตัดสินและจำกัดการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารและการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เค้าต้องมาแทนที่คุณเพื่อพัฒนาประเทศและโลกในอนาคตได้แล้ว

การเปลี่ยนแปลง Facebook และ Google+ ในช่วงนี้ เราคนใช้งานต้องปรับตัว

ผมมองว่าเราต้องทำใจให้ชินครับ ….

แต่เสียงบ่นในช่วงวันที่ผ่านนนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า ทำไมคนยุคใหม่ที่บอกตัวเองว่าทันโลก เป็นคนที่ติดตามข่าวสาร ที่ทันท่วงทีจาก twitter และหรือช่องทางอื่นๆ ที่รวดเร็วทันใจ รู้ทันทีว่ามีอะไรใหม่ๆ พวกทันหมด ไม่ว่าจะ ข่าวลือ iPhone 5/iPad 3 การออกใหม่ของ Windows 8 พวกต่อแถวซื้อ BB 9900 หรือข่าวฉาวดาราต่างๆ ออกมา นี่ทันไปหมด รู้กันรวดเร็วมาก แต่ทำไมเรื่องบางเรื่องกลับไม่สามารถทันได้ ปรับตัวไม่ได้ มันน่าแปลกใจ … หรือเพราะมันโชว์ไม่ได้ มันเลยไม่ Cool!!! อันนี้ผมก็ยังงงๆ อยู่

ในตอนนี้ผมเชื่อว่าถ้า Facebook ยังทำอะไรเดิมๆ ไม่ปรับเปลี่ยน ตกหลุมความสำเร็จและไม่ยอมลองผิดลองถูก กับสิ่งใหม่ๆ ที่คู่แข่งมีและก้าวออกมาหยิบมันกลับไปสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง ผมว่าเค้าอยู่ในสภาพที่แข่งขันไม่ได้ ไม่เติบโต ผมว่าพวกเราหลายๆ คนคงจำ MySpace หรือ Hi5 ได้ ความยึดมั่นกับตัวเองว่าตัวเองมีดี สุดท้ายเป็นไง ไม่พัฒนา ไม่ต่อยอด ตอนนี้โดน Facebook แซงไปไกล และเหตุที่ทำให้ Facebook เพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่ๆ เข้ามาในตอนนี้ เพราะ Google+ กำลังมาแรง แน่นอนว่าลูกเล่นหลายๆ อย่างอาจจะยังไม่เข้าที่ แต่เปิดตัวมาก็ไม่ใช่เล่นๆ อัตราการใช้งานเริ่มเยอะ ถ้า Facebook ไม่ทำอะไรสักอย่าง ให้ตัวเองมีคุณสมบัติที่ทัดเทียมแบบเดียวกับคู่แข่ง (คู่แข่งยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่ถ้าไม่ต่อยอดก็กลายเป็นถอยหลังแทน) สุดท้ายคนจะเริ่มหาสิ่งที่เค้าคิดว่าเหมาะสมกว่าแล้วจากไปเช่นเดียวกับที่ Facebook ทำกับคู่แข่งคนอื่นๆ ในอดีต

ในฐานะที่เราเป็นคนใช้งาน และยังใช้งานฟรี บางครั้งก็ต้องทำใจยอมรับและเรียนรู้กันไป และยังเชื่อว่าโลกนี้มี Social Networking ทางเลือกอีกเยอะ ถ้าเริ่มรู้สึกไม่ใช่ แน่นอนว่าถ้าอยากแนวก็หาทวีปใหม่ได้เลยครับ