Google


Monthly Archive for May, 2011

ไปงานเปิดตัว Dell Venue ที่ Siam Paragon แบบไม่ตั้งใจ

ต้องบอกก่อนว่า เป็นงานที่ไม่ได้เตรียมตัวไปแต่อย่างใด โดยคนชวนคือ @yokekung ครับ พอดีว่าพี่เค้าทวิตคุยกับ @pleplejung และ @muenue พอดี และเป็นทางผ่านตอนกลับบ้านพอดี ก็เลยไปด้วยซะเลย

งานจัดที่ Fashion Hall ชั้น 1 Siam Paragon ครับ ส่วนตัวแล้วนั้น กะไปแค่จับเครื่องของจริงมากกว่า เพราะตัวเสปคและอื่นๆ ก็อ่าน และได้ข่าวมาพอสมควร จากเว็บข่าวต่างๆ แล้ว

IMG_0384 IMG_0385

ไปยืนๆ รอคนอื่นๆ เค้าเล่นกันจบ เราก็เลยไปยืนเล่นบ้าง สัมผัสแรก เครื่องประกอบแน่นดี งานเนียบมาก วัสดุดี ถือแล้วเหมือนนักธุรกิจมากๆ ส่วนที่ต้องชมคือจอ AMOLED ขนาด 4.1 นิ้ว (800x480px) แบบ Gorilla Glass ที่ป้องกันรอยขีดข่วน และให้การแสดงผลที่ดีมาก ให้ภาพสวย สีสันเด่นมากๆ สิ่งที่แปลกคือจอมันโค้งนูนขึ้นมานิดๆ เลยดูแปลกๆ (ส่วนตัวใช้ iPod Touch แล้วมันก็เลยแปลกๆ) แต่พอใช้งานแล้ว อืมมม ก็ดีแฮะ ดูจับง่ายดี ฝาหลังเป็นพื้นผิวถักไม่เรียบ เลยดูกระชับ ไม่ลื่นง่าย

กล้อง 8 Mpx พร้อมไฟส่อง LED นี่ให้มาเกินพอ Dell บอกว่าต้องการเน้นในส่วนของกล้องมากๆ เลยให้มาเต็มที่ จากที่ทดสอบก็พอใช้ได้ Dynamic Range ทำได้ตามมาตรฐาน ถ้ามี App ถ่ายรูปดีๆ น่าจะได้ภาพที่สวยงามทีเดียว

เสปคภายในนี่ CPU 1 GHz Snapdragon ดูจะน้อยไปนิดสำหรับ Smartphone เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในช่วงนี้ ส่วน ROM 1 GB และ RAM 512 MB และใส่ micro SD ได้ 32 GB ก็ดูจะเป็นมาตรฐานทั่วไปครับ

ระบบปฎิบัติการ ก็ยังคงเป็น Android 2.2 (Froyo) สำหรับระบบ UI ก็ใช้ Stage UI ตาม Dell Streak 5 ครับ อันนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ที่แน่ๆ Apps เพียบ สำหรับ Android ในปัจจุบันนี้

สำหรับขนาดเครื่องและน้ำหนักนี่ต้องบอกว่าขนาดเครื่องใหญ่และหนักกว่าปรกติครับ (จอใหญ่ประมาณ 4.1” นั้นแน่นอนอยู่แล้ว) ใครต้องการซื้อแนะนำให้ลองจับดูก่อน เพราะหนักประมาณ iPhone 4 + iPod Touch 4 รวมกันนะ (ผมกะๆ เอาจากในงาน)

สุดท้าย ราคาที่เปิดตัวที่ 15,990 บาท (ณ.วันที่ 31/5/2554) ซึ่งดูจากราคาแล้วคงตั้งราคามาให้เหมาะสมกับตลาดในตอนนี้เพราะคู่แข่งตั้งราคาต่ำลงมาจนกดให้ต้องตั้งราคาต่ำลงมาอีกเพื่อให้จูงใจคนซื้อเช่นกัน และผมคิดว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-end คงมีโปรตีคู่กับตัวนี้แน่ๆ เพื่อจูงใจคนซื้อให้สนใจซื้อตัวนี้ได้ไม่ยากนัก

Continue reading ‘ไปงานเปิดตัว Dell Venue ที่ Siam Paragon แบบไม่ตั้งใจ’

คิวถ่ายรูปซ้อม-พิธีพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาฯ 54

ดูข้อมูลค่าบริการที่นี่ ขอไม่รับงานวันจันทร์ – ศุกร์นะครับ หรือนัดถ่ายนอกรอบได้ตามวันและเวลาที่ว่างนอกเนื้อจากรายการด้านล่าง สามารถติดต่อสอบถามได้ครับ

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน 2554
เวลา 8.30 น. (ยืนยันช่วงเช้า)
- คณะครุศาสตร์
เวลา 13.00 น. (ว่าง)
- วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาญารณสุข, วิทยาลัยปิโตเลียมและปิโตเคมี, วิทยาลัยประชากรศาสตร์, สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น.
- คณะรัฐศาสตร์
เวลา 13.00 น.
- คณะนิเทศศาสตร์, คณะจิตวิทยา

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น.
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
เวลา 13.00 น.
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตรี)

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน 2554
เวลา 8.30 น. (ว่าง)
- คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ตรี)
เวลา 12.00 น. (ยืนยันรอบบ่าย)
- คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (โท เอก)

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฏาคม 2554 (ยืนยันท้้งวัน)
เวลา 8.30 น.
- คณะเภสัชศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์
เวลา 13.00 น.
- คณะแพทยศาสตร์, คณะทันตแพทยศาสตร์

วันพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาลงกรณ์ 2554

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฏาคม 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น. และ เวลา 13.00 น.

วันศุกร์ที่ 8 กรกฏาคม 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น. และ เวลา 13.00 น.

เชิญ Blogger ไปงาน Press

เห็นพูดๆ ใน twitter กันขอนิดนึงแล้วกัน ^^

ได้รับเชิญไปหลายงานขอสรุปประสบการณ์ส่วนตัวและข้อเสนอแนะตามนี้ เผื่อเป็น checklist/guideline สำหรับคนจัดงาน

  • วันและเวลาควรเป็นเวลาที่มนุษย์เงินเดือนเค้าว่างกัน เพราะ Blogger กว่า 90% เป็นพวกทำงานประจำกินเงินเดือนบริษัท ฯลฯ จะเชิญวันและเวลาทำงานปรกติแนะนำว่าต้องแน่ใจจริงๆ ว่าจัดแล้ว Blogger ไม่มาบ่นทีหลังว่าจัดทำไม เพราะงั้นถ้าไม่แน่ใจว่าจัดโดนใจ หรือมีข้อมูลเชิงลึกสุดๆ แบบกระจายได้มากๆ ไม่ต้องเชิญครับ (หลายงานไม่ขอเอ่ยจริงๆ จนหลังๆ ถ้าลาไม่ได้ก็ขอไม่ไป) ส่วนตัวไม่ค่อยอยากปฎิเสธเข้าร่วมงาน แต่ถ้าลางานบ่อยๆ โดนไล่ออกได้ เห็นใจกันบ้าง เพราะ Blogger ไม่ใช่สื่อที่สามารถลางานได้ตามภาระหน้าที่จริงๆ และแนะนำถ้าจัดวันธรรมดาก็นัดสัก 18:30 เป็นต้นไปจะดีมาก งานเริ่มสัก 19:00 อะไรแบบนั้น เลิกกี่โมงไม่ใช่ปัญหาดูแลตัวเองกันได้ ถ้าเสาร์-อาทิตย์ แนะนำว่าควรจัดช่วงบ่ายเป็นต้นไปครับ เหตุผลน่าจะเข้าใจกันดี ><"
  • เนื้อหาขอให้ตรงกับความรู้ความสามารถของ Blogger นั้นๆ ถนัดจริงๆ อันนี้สำคัญ เพื่อข้อมูลตรง ชัดเจน เวลามาเขียนหรือเล่าเรื่องของ Blogger ท่านนั้นๆ ครับ ถ้าออกแนวกำกึ่งก็ต้องลองดูอันนี้อยู่ที่คนเชิญครับ
  • ไม่ต้องรับรอง VIP อะไรมากมาย ขอพื้นที่สำหรับสุ่มหัวกันคุยกันเฮฮาได้ในงานด้วย เผื่อนั่งมึนๆ หรืออยากพูดคุยในรายละเอียดกับคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะระหว่างงาน ก่อน-เลิกงานจะได้ไม่รบกวนส่วนหลักของงาน อันนี้ประจำครับ แบบตอนนำเสนอไม่ค่อยมีคนถาม แต่พองานเลิก เริ่มมีสอบถาม Q&A ปั้บ คำถามเพียบ อันนี้ดูจะเป็นปรกติไปแล้ว เพราะความเป็นทางการของงานบางงานเนี่ยแหละครับ (คุยกันตอนหลังได้ข้อมูลลึกๆ หรือพวกข้อมูลเชิงกระซิบเยอะกว่ามากๆ)
  • Press Kit ถ้าเป็นพวกเอกสารกระดาษคงไม่จำเป็น ถ้าเป็นของแจกก็ให้แค่ของก็พอ ส่วนใหญ่ Blogger ดูแลข้อมูลเบื้องต้นของตัวเองได้อยู่แล้ว แนะนำว่าส่งเข้าอีเมลมาเลยทีเดียวก่อนเริ่มงาน ผมเชื่อว่า Blogger ทุกคนมีอีเมล และ online อ่านเมลได้ทันทีกันเยอะ คงไม่ยากเกินไปอยู่แล้ว เพราะพวกเอกสารผมได้มาผมก็ไม่ได้อ่าน กองๆ ไว้มากกว่า เพราะหาอ่านได้ตามสื่อหลักอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
  • รูปภาพต่างๆ ไม่ว่าจะของงาน ตัวสินค้า ฯลฯ ไม่ต้องส่งมาทางอีเมลก็ได้นะครับ เชื่อผมเหอะ ผมเจอหลายงานส่งมาเป็น 10MB อึ้งไปสักพัก ผมแนะนำให้อัพเข้าเว็บฝากรูปดีๆ สักที่ มีเยอะแยะให้เลือก Flickr ก็ดีนะ เดี่ยวพวก Blogger เค้าไปดูดกันมาเอง อ่อ…. อย่าลืมกำหนด tag ไว้จะดีมากครับ จะได้รวมเป็นกลุ่มๆ เข้าใจง่ายว่างานไหน
  • สำคัญสุดๆ คือ Wireless Network(WiFi) อันนี้สำคัญมาก เพื่อติดต่อสื่อสารทำ Live Blogging ฯลฯ ได้ทันที บางคนอาจจะไม่ Live แต่อาจจะ Note บน Online Note ได้ทันที หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสอบถามอะไรในงาน เผื่อขาดเหลืออะไรจะได้ครบถ้วน ถ้าต้องเก็บ log หรือต้องใช้ username/password ก็เตรียมพร้อมไว้เลยครับ
  • ถ้าอยากให้มี Live Blogging แนะนำให้บอกเลยว่าใช้ tag/hashtag อะไรในงานอย่างชัดเจนจะได้ไปในทางเดียวกันทั้งงาน เจอบางงานก็หลากหลายเหลือเกิน และไม่ควรยาวเกินไป คิดมาสั้นๆ ก็ได้ครับ จะคำย่อก็ดี เพราะเจ้า tag/hashtag เนี่ยจะถูกใช้ใน keyword ตอน search ในอนาคตแน่นอน คล้ายๆ กับคำย่อของงานนั้นๆ ด้วย
  • คนนำเสนอแนะนำคนที่รู้ลึกรู้จริง จัดเต็ม เพราะเจอคำถามแบบลึกๆ อาจจะมึนๆ งงๆ แบบคาดไม่ถึงแน่นอน จะมีกี่คนก็ได้ จะพา engineer มาเท่าไหร่ไม่ว่า ผมเชื่อว่าระดับ Blogger สมัยนี้คำเทคนิคต่างๆ คิดว่าฟังได้สบายๆ ครับ
  • การนำเสนอนี่เอาแบบสบายๆ ก็ได้นะ พิธีอะไรไม่ต้องเยอะ เน้นเฮฮา ปรกติไปกันนี่ก็มักจะรู้จักกันอยู่แล้ว ไม่ค่อยซีเรียส ผมจำได้ตอนงาน Windows 7 Insider Blogger Day นี่เฮฮามากคนไปไม่เยอะ หลัก 30-40 คนเอง ของกินเพียบ ไม่ได้หรูอะไร แต่เป็นกันเอง สอบถาม ให้ข้อมูลและนำเสนอนี่เนื้อๆ เน้นๆ มากมาย แถมเป็นกันเองมากคุยกันสนุก
  • แนะนำว่าควรมี post-it หรืออะไรสักอย่างที่แปะชื่อไว้สักหน่อย จะได้เรียกชื่อกันได้ง่ายๆ (อันนี้เห็นผลจริงๆ ตอนงาน Barcamp)
  • Blogger ส่วนใหญ่ไม่มีนามบัตรครับ เพราะงั้นแนะนำว่าไม่ต้องขอ ขอเว็บ blog, e-mail, twitter, facebook, linkedin หรือช่องทางการติดต่อแบบ online เป็นหลักครับจะดีที่สุด
  • ของกินนี่เอาบ้านๆ ก็พอ น้ำเปล่า น้ำอัดลมอะไรก็ว่าไป จะขนม ของคาว จัดวางไว้เป็นสัดส่วน ไม่ต้องเดินเสริฟก็ได้ครับ ผมเชื่อว่า Blogger บ้านๆ แบบผม ดูแลตัวเองได้ และอย่าให้พร่อง ;P (ชักเริ่มเห็นแก่กินแฮะเรา ><")

คิดออกแค่นี้แหละครับ ถ้าดูดีๆ ไม่ต้องการอะไรมากมายเลย ผมว่ามันคล้ายๆ กับมาติวหนังสือตอนเรียนมหาวิทยาลัยมากๆ นัดมาเจอกันหิ้วน้ำ ขนมกันมาเอง แล้วก็มาสุ่มหัวกันติวๆๆ โดยมีหัวโจกคนนึงมาให้ข้อมูลเชิงลึก เทคนิคลับอะไรก็แล้วแต่ แล้วทุกคนก็กลับไปจัดการทบทวนทำข้อสอบของตัวเองในห้องสอบอะไรแบบนั้น เพราะ Blogger ก็สูตรใครสูตรมัน อะไรแบบนั้นครับ ;)

ดูเรื่องมากเนอะ ….. แต่จริงๆ จะเห็นว่าไม่มีอะไรเลย จัดแบบง่ายๆ เรียบๆ วันและเวลาของงานก็หลบๆ เพื่อคนทำงานบริษัทแค่นั้นเองครับ เรื่องมากน้อยกว่า Press อีกมั้ง ฮา….