Google


Monthly Archive for January, 2011

DTAC จะยื้อไปไหนครับ!?!?

จาก entry เก่า ลาก่อน dtac !!! ซึ่งคือ วันที่ 16 มกราคม 2554 วันนั้นก็ไปแจ้งย้าย แน่นอน ขั้นตอนใช้เวลาพอสมควรครับ ตามขั้นตอนคือ 1-3 วันไม่นับวันหยุด และคิวเอกสารต่างๆ ทำให้ตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 5 วันโดยประมาณ (ตีไป 1 อาทิตย์)

ต่อมาในวันที่ 21 มกราคม 2554 ผมได้รับ sms แจ้งผลการย้ายค่ายว่าผม มียอดค่าใช้บริการค้างชำระ!!!!

IMG_0273

คือวันที่ผมทำเรื่องย้ายผมเพิ่งชำระเงินผ่านบัตรเครดิตไป ไม่น่าค้างได้ เพราะไม่เคยพลาด โอเค ผมตรวจสอบ online เดี่ยวนั้นทั้ง *121# และผ่านเว็บไซต์ พบว่ามียอมค้างค่าชำระอยู่ 0.30 บาท!!!! เฮ่ย! ปรกติผมไม่เคยทำรายการผิดแน่นอน โอเค งั้นไม่มีปัญหา ถือว่าผมพลาดไม่ตรวจสอบให้ดี แต่ก็นะ ผมตัดผ่านบัตรไม่น่าตัดพลาดนะครับ –*-“

ผมทำการชำระเพิ่มไปอีก 100 บาท เอาให้ชัวช์ไปเลย ทำเป็นยอดชำระล่วงหน้าไป ชำระเสร็จแล้วก็โทรแจ้ง AIS ว่าผมตรวจสอบและชำระเงินครบแน่นอน แล้วทำเรื่องใหม่ให้ผมอีกรอบนึง ทาง AIS ทำเรื่องในอีกรอบ ผมรอ sms ตอบกลับ

ในวันที่ 27 มกราคม 2554 ผมได้รับ sms แจ้งผลอีกครั้ง

IMG_0281

ผมได้รับผลการแจ้งย้ายแบบเดิม!!!! คราวนี้ผม งง  เพราะผมไม่ค้างค่าโทรศัพท์แน่นอน แล้วทำไมยังมีปัญหานี้อีก!!!

ผมไม่รอช้าโทรเข้า CC ของ DTAC ทันที พร้อมสอบถามว่าทำไมยังแจ้งกลับไปแบบนั้นอีก ก็ได้แต่รับเรื่องไว้และตรวจสอบ แต่ยังดีที่ทาง CC ติดต่อกลับมา ไม่ต้องโทรตาม ว่าสุดท้ายแล้วผมไม่มียอดค้างชำระ ผมเลยถามกลับไปว่าแล้วแจ้งตอบกลับไปกับทาง AIS เค้าแบบนี้ได้ยังไง แน่นอนว่า CC เค้าก็คงไม่รู้เรื่องหรอก ก็ได้แต่เงียบ (ไปสาวเรื่องกันเองนะครับ) แต่ด้วยว่าไม่อยากต่อว่าน้องๆ CC เพราะเค้าคงไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เพราะเค้าก็ทำงานหนังหน้าไฟ เลยหยุดแค่นี้พอ แล้วรีบโทรแจ้ง CC ของ AIS ให้ทำเรื่องย้ายต่อไปทันที งานนี้ก็รอกันอีกรอบว่าจะเป็นยังไง

งานนี้ถ้าจะด่าต้องด่าคนดูแลและจัดการระบบบิลลิ่ง DTAC ที่ดันมาห่วย พร้อมๆ กับสัญญาณห่วยไปพร้อมๆ กัน คือผมทราบข่าวว่ากำลังอัพเกรดระบบ ซึ่งผมมองว่า ผมเสียงานเสียการเพราะเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่คำตอบของปัญหาที่ดูมีความรับผิดชอบเท่าไหร่นะครับ ไม่รู้จะพูดยังไง อึ้งไปพักนึง เพราะส่วนตัวแล้ว ไม่เคยค้างชำระเลย ค่าโทรครึ่งหมื่น ผมก็จ่ายมาแล้ว EDGE รั่วเสียเงินเป็นพัน ผมก็ยอมจ่าย เพราะถือว่าผมทำพลาดเอง ค่าโทรศัพท์ผมก็จ่าย 1,300 – 1,500 ทุกเดือน เฮ้อออ

DTAC ครับ จะจากลากันแล้ว คุณยังทำผิดพลาดกันจนวันสุดท้ายอีกนะ ผมว่างานนี้ DTAC คงเกินเยียวยาจริงๆ แฮะ –_-“

เรื่องราวของกระเป๋ากล้อง

จากประสบการณ์การถ่ายรูปอันน้อยนิด (ประมาณ 2 ปี) เรื่องที่มันจบได้ยาก ไม่ใช่แค่เรื่องราวของกล้องและเลนส์ เป็นก็รวมไปถึงกระเป๋าด้วย แน่นอนคนถ่ายรูปนั้น ถ้าเป็นพวกจริงจังกับชีวิต ผมเชื่อว่ามันไม่จบในใบเดียวหรอกครับมันต้องมีหลายๆ แบบในหลายสถานการณ์แน่นอน ยิ่งถ่ายงานพิธีต่างๆ อาจจะรวมถึงสายคาดเอวและเพ๊า/กระบอกที่ใส่เลนส์

กระเป๋าใบแรกผมเป็นแบบสะพายข้าง/ไหล่ หรือ Shoulder bag

imageimage

- แบบนี้มันก็คล่องตัวดีนะ หยิบจับของง่าย เปลี่ยนเลนส์ได้เร็วดี มีกระเป๋าแนวๆ เท่ห์ๆ มีให้เลือกเยอะ ข้อเสียคือปวดไหล่สุดๆ ในทริปหรืองานที่ต้องยืนระยะนานๆ ยิ่งของหนักๆ เดินทั้งวันเมื่อยไปถึงเอว นานๆ หลังอาจจะเสียได้ ด้วย จริงๆ ผมหมายรวมถึงแบบกระเป๋าลูกครึ่งสะพายหลังแนวเฉียง หรือ Sling Bag ด้วยนะ เพราะสะพายแบบไหล่ข้างเดียว แน่นอนดีต้องที่มันไปอยู่ด้านหลัง เวลาใช้งานก็เหวี่ยงมาด้านหน้า เปลี่ยนเลนส์เสร็จแล้วก็วกกลับไปด้านหลัง เนื่องผมมี Lowepro SlingShot 200 AW นี่เข้าใจเลย ใส่ของเยอะๆ ชักเริ่มไม่ไหว ยิ่งแนวสะพายแบบเฉียงนี่แล้วใหญ่เลย มันสลับข้างไม่ได้ ใช้ในทริปที่เดินทั้งวัน กลับมานี่ไหล่ทรุดไปข้างเลย หลังจากนั้นเข็ดเลยกับการต้องให้ไหล่แบกรับน้ำหนักนานๆ

กระเป๋าสะพายหลัง(เป้) หรือ Backpack

image image
- แน่นอนว่ามาลบข้อเสียของแบบสะพายข้าง/ไหล่ ได้ดีเพราะไหล่ทั้งสองข้างช่วยกันรับน้ำหนัก ไปไหนมาไหนสะดวก ไม่เมื่อยไหล่ คล่องตัวมาก ในการเดินทาง ข้อเสียคือหยิบไม่สะดวกเลย ยิ่งเปลี่ยนเลนส์บ่อยๆ ลำบากใช้ได้ แม้จะมี Fastpack ที่เป็นลูกผสมของ Sling Bag กับ Backpack คือใส่ของด้านข้าง แบบ Sling และขึ้นไหล่แบบ Backpack แต่ความจุก็ไม่เยอะ อาจจะเพราะข้อจำกัดในการออกแบบด้วย มันเลยได้แค่นั้น เหตุที่ทราบเพราะผมมี  Lowepro Fastpack 250 ที่ใส่ Notebook ได้ด้วย ตอนนี้ก็ยังใช้อยู้เป็นประจำ ในกรณีที่ต้องเอา Notebook ไปด้วย ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี แน่มันใส่ได้น้อยไปหน่อย เลนส์ 2-3 ตัวกล้อง 1 ตัวแฟลชและ Notebook สุดท้ายผมก็เลยจัดอีกใบ คือใช้ Back Pack AW (BP-1) อีกใบนึง สำหรับใส่กล้อง 2 ตัวเลนส์ได้อีก 5 ตัวและแฟลชอีก 1-2 ตัว แต่แน่นอนว่าทั้งหมดนี่ มันไม่ได้ตอบสิ่งที่ผมใช้ได้ไม่ทั้งหมดหรอก เพราะมันหยิบเลนส์และกล้องยากอยู่ดีแหละ มันเลยต้องมีกระเป๋าเสริมครับ ;P

กระเป๋ากล้องแบบคาดเอว (Beltpack) และสายคาดเอว (ที่มีเพ๊า/กระบอกที่ใส่เลนส์)

image imageimage

- แบบนี้แน่นอนว่าได้ความสะดวก สุดๆ เหมาะกับงานที่เราต้องการความคล่องตัวสูงมากๆ และไม่ให้ไหล่มีภาระมากตลอดทั้งวัน (2 แบบแรกมันก็ยังไม่ตอบโจทย์ดีเสียคนละดอก) เพราะเราไม่ได้แบกขึ้นไหล่ แต่ข้อเสียคือยังไงก็เก็บอุปกรณืได้ไม่เต็มที่ เหมาะเป็นอุปกรณ์หรือกระเป๋าเสริมการทำงานของกระเป๋าแบบสะพายข้าง/ไหล่ หรือสะพายหลังครับ และแน่นอนว่า เมื่ออุปกรณ์น้ำหนักมากๆ ความมั่นคงเวลาคาดเอวก็จะน้อยลงพอสมควร จึงอาจจะต้องหาสายคาดไหล่ (Shoulder harness) มาคาดเป็นเอี๊ยม ไว้สักนิดให้มันรั้งๆ ไว้นิดๆ ก็จะทำให้ไม่ต้องกลัวมันจะหลุดจากเอวได้ แต่ผมไม่มี เพราะผมผูกกับกางเกง ถ้ามันหลุดคงไปทั้งกางเกง ฮาๆๆๆ ที่ผมใช้ก็ใช้ Belt และ Pouch ของ Fotofile ยกชุดเลย ของดีราคาไม่แพง ทนใช้ได้เลย

หลังจากที่ผมถ่ายรูปมา มันก็เลยลงตัวที่ Backpack + Belt/Pouch เนี่ยแหละ ตอนเดินทางก็ใส่ Backpack แล้วถือ Belt/Pouch ไป เวลาถ่ายก็เอาของทุกอย่างยัดใส่ Belt/Pouch ส่วน Backpack ก็เหลือแต่กระเป๋าโล่งๆ ถ้ามีที่ฝาก ผมก็ฝากแต่เฉพาะ Backpack ทั้งงานผมก็เดินคาด Belt/Pouch เอาสบายตัวไปเลย ไหล่ก็ไม่รับภาระหนัก ทำงานคล่องตัวด้วย

แนวคิดน่าสนใจของน้าแมวเหมียวพุงป่อง : “Ultra high precision science and technology for no-rule arts.”

Images

ผมเป็นคนชอบอ่านอะไรที่ได้แง่คิด ซึ่งคนนึงที่ผมติดตามการตอบกระทู้ ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง อย่างน้า แมวเหมียวพุงป่อง ห้อง pantip.com แต่เนื้อแท้แล้วได้อะไรกลับมาพัฒนาและเสริมแนวคิดตัวเองทุกๆ ครั้งไป

วันนี้เลยขอสรุปเฉพาะอันที่ผมชอบและโดนใจผมแล้วกัน

สิ่งที่ท่านอยากรู้ และไม่กลัวที่จะถาม …{แตกประเด็นจาก O9941509} – แมวเหมียวพุงป่อง

เพราะมันเป็นศาสตร์ที่ต้องการความละเอียดอ่อน ความแม่นยำ ความถูกต้องสูงมากๆ
ทั้งอุปกรณ์ วิธีใช้ การสร้าง การคำนวน ฯลฯ

เพื่อสร้างผลงาน
ที่เอาอะไรวัดไม่ได้ซักอย่าง ไม่มีกฏ เกณฑ์ มาตรฐาน

คิดก่อนถ่ายเสมอๆ ว่า “อดีตไม่มีทางย้อนคืนมา และ ความทรงจำไม่มีทางยืนยงยาวนาน”

รูป คือ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่สามารถเชื่อมโยงความทรงจำของเรา กับ ช่วงหนึ่งของชีวิตในอดีตของเรา …

ตอนถ่าย ไม่ค่อยได้คิด

บุคคลสำเร็จได้ ด้วยความเพียร

การที่ผมจะแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้
ผมต้องมีความรู้นั้นๆ มากพอ

ผมจะมีความรู้มากๆ ไม่ได้
ถ้าไม่ค้นคว้า หาอ่าน จด จำ วิเคราะห์ ต่อยอด

การแบ่งปันความรู้ให้คนอื่น ก็เท่ากับทำให้ผมได้ ..
และได้มากด้วย

คนทุกคน ชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร ไม่เหมือนกัน
และไม่จำเป็นต้องเหมือน

และที่สำคัญ
ผมไม่สามารถ (และไม่ควรเป็นที่สุด) ที่จะเอาความชอบหรือไม่ชอบของผม .. ไปตัดสินคนอื่น

อย่าทำตามความอยาก

อย่าซื้อ เพราะความอยากของตัวเอง
อย่าซื้อ เพราะความอยากของคนอื่น
อย่าถ่ายรูป เพราะความอยากของตัวเอง
อย่าถ่ายรูป เพราะคิดว่า มีกล้องแล้วมีอำนาจ อยากละเมิดสิทธิของผู้อื่น ก็ทำตามอยาก

ซื้อ มี ใช้ เพราะมีความต้องการที่ชัดๆ ที่เป็นของตัวเอง

รัก และใส่ใจในอุปกรณ์ที่มี เหมือนกับว่ามันมีจิตวิญญาณ
อย่าทำเหมือนกับมันเป็นแค่ “เครื่องมือชิ้นหนึ่ง”

ถ้าบอกว่า ทำอยู่แล้ว

ก็ต้องถามว่า
ศึกษา หาความรู้ เกี่ยวกับอุปกรณ์ของตัวเอง มากน้อยแค่ไหน
เข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน
หรือ สักๆแต่ว่าใช้ๆๆๆ

Continue reading ‘แนวคิดน่าสนใจของน้าแมวเหมียวพุงป่อง : “Ultra high precision science and technology for no-rule arts.”’