Google


Monthly Archive for June, 2006

เหล้าดีต้องหมักนานปีฉันใด ความชำนาญต้องฝึกฝนให้มากฉันนั้น


ภาพเตือนใจใครหลาย ๆ คน ? เราจะเฉลยด้านล่าง อิๆๆๆ
Credit by ฟิวส์

คุณว่ามันน่าเบื่อไหม ถ้าเราต้องทำงานกับคนที่เราคาดหวังว่าเค้าจะทำงานได้ดี และเราและเขาเหล่านั้น สามารถที่จะฝากความหวังต่าง ๆ ทั้งในด้านงาน และผลงานในหน้าที่ ที่เราได้แบ่งปันกันตอนเริ่มวางแผนการทำงาน ซึ่งเราก็หวังว่าทุกอย่างจะไปได้ดี และไม่มีปัญหา แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นแบบนั้น งานต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่สมควรจะเป็น งานต่าง ๆ มีประสิทธิภาพที่จำสามารถนำไปใช้ได้น้อยมาก และต้องนำกลับไปแก้ไข ซึ่งทำให้งานที่ทำนั้น ต้องเปลี่ยนกำหนดเวลาในการส่งมอบ หรือแม้แต่ต้องนั่งแก้ไขเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน

เรื่องเหล่านี้มันไม่น่าเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่ไฝ่รู้ในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีมากมายรายรอบตัว ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สรรพความรู้ต่าง ๆ มากมายนั้น หาง่ายแค่คลิ้ก หรือพิมพ์ลงไปเพียงไม่กี่ตัวอักษรความรู้มากมายจะหลั่งไหลมาให้เราได้อ่านกัน ทั้งในแง่บวกและแง่ลบมากมาย ซึ่งมันทำให้เราได้ความรู้ในหลายแง่มุมซึ่งเราสามารถนำมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย

แต่ทำไม เดี่ยวนี้คนรุ่นหลังๆ รวมถึงรุ่นผมหลาย ๆ คนกลับไม่ใช่ประโยชน์ตรงนี้ในการหาความรู้ใส่ตัวเอง แต่กลับใช้เวลาไปทำอย่างอื่นเสียหมด จนชีวิตไม่มีช่องว่างสำหรับการค้นหาความรู้เหล่านี้ ผู้ที่มีโอกาสในการเข้าถึงความรู้ แต่กลับไม่ใช้ ช่างน่าเสียดายแทนผู้ขาดโอกาส และผู้ที่ส่งเสียเค้าเหล่านั้นมาเรียนเสียจริง ๆ

และนั้นก็คงหมายถึงชีวิตของคนเรา ที่ถ้าเราไม่ฝึกฝนตนเองให้สามารถเข้าถึงความรู้ ไม่ฝึกฝนกลั้นกรองความคิด นำมาวิเคราะห์ และปรับใช้ ก็ไม่มีทางที่จะสามารถทำงานได้ดีได้ เพราะในเมื่อมีความรู้อยู่มากมายในหัว แต่ไม่รู้ว่าจะหยิบใช้สิ่งไหนก่อนและหลัง ก็เหมือนกับโลกแห่งความรู้แห่งนี้ ที่มีความรู้มากมาย แต่คนเราก็ไม่รู้ว่าจะเอามันมาปรับใช้อย่างไร

การฝึกฝนให้เข้าถึงความรู้ได้นั้นต้องมีความกล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ความรู้ที่ตนเองเชื่อถือมาตลอดทั้งชีวิตอาจจะผิดก็ได้ภายในชั่วนาทีนั้น ซึ่งการหักล้างความคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ถือเป็นกระบวนการแห่งความก้าวหน้าทางวิทยาการของโลกมาช้านาน ถ้าไม่มีคนหักล้างความคิดเก่าและผิดก็ไม่เกิดสิ่งที่ถูกที่สุด รวมไปถึงต้องเข้าใจด้วยว่าสิ่งที่ทำให้สังคมของเรานั้นยังคงไม่ก้าวหน้าและสามารถสู้ต่อความก้าวหน้าของประเทศเพื่อนบ้านเรา ทั้งใกล้้และไกลได้นั้น เพราะเราไม่หัดเป็นผู้นำ เราปฎิเสธว่าภาษาอังกฤษ ในฟัง, พูด, อ่าน และเขียน เราคิดว่ามันเป็นเพียงภาษาที่เอาไว้ใช้สอบ มากกว่าเอาไปใช้งาน เราคิดว่ามันเป็นเพียงภาษาที่ไม่จำเป็นตัวชีวิต ถ้ายังอยู่ในเมืองไทย แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเราอยากก้าวหน้า และเป็นผู้นำ เราต้องสามารถเผยแพร่ความรู้ที่เราจะสามารถนำพวกเข้าได้นั้นออกไป ซึ่งเราต้องยอมรับว่าภาษาที่สามารถนำความรู้ของเราออกไปได้นั้น คงหนีไม่พ้นภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าเราไม่เริ่ม และทำความเข้าใจมัน เราก็เป็นได้แต่เพียงผู้ตามเท่านั้น ซึ่งก็คงเหมือนกับเราจะเดินทางไปอวกาศที่ถ้าเราไม่ใช้ยานอวกาศนำตัวเราขึ้นไป เราก็คงไปไม่ได้ฉันใด การนำความรู้ออกสู้ชาวโลกจำนานมากนั้น ก็ต้องมีตัวช่วยให้คนทั้งโลกได้เข้าใจตรงกันฉันนั้น

และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เราต้องกลับมามองตัวเราเองว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ใหม่ ๆ หรือแม้แต่ปรับใช้ความรู้จำนานมาก ๆ ได้ โดยการจะทำให้เราสามารถชำนาญได้นั้นไม่ใช่เพียงแต่ท่องและจำเท่านั้น การคิดวิเคราะห์อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เรานำการท่องและจำมาใช้ได้ ซึ่งก่อนเราจะวิเคราะห์ได้นั้น เราต้องจำสิ่งเหล่านั้นให้ได้ก่อน เหมื่อนกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีหน่วยความจำหลักเสียก่อน (Main Memory) มิเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีตัว Input ตัว Data เพื่อที่นำไป Process เพื่อให้ได้ Output ออก เป็น Information นั้นหมายความว่าเราต้องจำให้ได้ เมื่อจำได้ เราต้องรู้จักใช้ เมื่อรู้จักใช้ แล้วเราก็สามารถนำประสบการณ์ต่าง ๆ จากการใช้ มาก ๆ ครั้ง เอาไปทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาได้มากขึ้น แต่ …. การทำงานมาก ๆ ครั้ง จนเข้าที่เข้าทาง และคิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่มีวิธีที่ดีกว่าของผู้อื่น  เราต้องศึกษาและเข้าถึงสิ่งเหล่านั้นว่า เขาทำได้อย่างไร และยอมรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ของเขาด้วย ซึ่งจงทำตัวเหมือนกับแก้วที่ไม่รู้จักเต็ม ซึ่งการทำแบบนี้เรื่อย ๆ เราจะเป็นคนที่ไฝ่รู้ตลอดเวลา เมื่อไฝ่รู้ตลอดเวลา เราจะชำนาญในการบริการความรู้ต่าง ๆ มากมาย และรวมไปถึงเรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดของงานแต่ละงานไปในตัว ซึ่งเราก็ควรจะต้องคิดไว้เสมอว่า งานทุกอย่างมีความผิดพลาดได้ แต่ความผิดพลาดนั้น ต้องควบคุมได้ด้วยตัวของเราและคนในทีม ซึ่งถือเป็นหลักของการบริหารความเสี่ยง

ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น การเรียนรู้และการฝึกฝน ถือเป็นสิ่งที่สร้างความชำนาญ และประสบการณ์ ถ้าคนเราไม่รู้จักเรียนรู้ และฝึกฝน เราจะไม่มีวันที่จะก้าวหน้าต่อไปได้ รวมไปถึงสังคมของเรา ที่ควรจะเป็นคนสร้างความรู้ต่าง ๆ ให้มากขึ้น และมากกว่าการนำเข้า การวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในวันนี้ ประเทศเราไม่ได้แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศ อย่าง เกาหลี ที่เป็นประเทศที่เพาะปลูกเช่นเดียวกัน แต่วันนี้เขาเหล่านั้น ก็ได้ปรับตัวเองให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมไอทีระดับโลก ทั้งที่ประเทศเขานั้นได้รับผลประทบจากสงคามโลกและสงครามกลางเมืองหลายครั้ง ลองคิดดูว่าทำไมเขาถึงมาถึงจุดนี้ได้

แต่สำหรับผมคำตอบของคือ "ประเทศที่บริหารจัดการองค์ความรู้, จัดการการศึกษาและใช้งานความรู้ได้ดี มักประสบความสำเร็จ มากกว่าประเทศที่บริหารเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว"

———– เฉลยด้านบน ———–
ถ้าคุณตัดสินด้วยภาพนี้แล้วบอกว่าคนไหนได้งานทำ นั้นหมายถึงคุณตัดสินคนเพียงแต่ภายนอก และไม่ได้คิดว่าเค้าจะสามารถทำงานให้คุณได้ การที่เราจะตัดสินใครสักคน ควรดูที่เนื้องานมากกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของคุณ เหมือนกับประโยคที่กล่าวว่า "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน"

Art of Study

วาทะเด็ดประจำวัน

จากพี่เดฟ (ithilien_rp, Geek#2@dualGeek และ Lecturer at Department of Computing, Faculty of Science, Silpakorn University) เนื่องในวันปฐมนิเทศนักศึกษาปี 1

"ผมไม่อวยพรพวกคุณนะ เพราะผมเชื่อว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม และกรรมแปลว่าการกระทำ ..” ไม่มีพรอะไรดีกว่าการเริ่มลงมือกระทำได้ด้วยตัวเองหรอก ถ้าคุณอยากจะจบมัน 4 ปี คุณทำตัวเองให้จบ 4 ปี ถ้าคุณอยากจะใช้เวลานานกว่านั้น คุณทำตัวเองให้จบนานกว่านั้น .. พรที่ดีที่สุด ก็คือพรที่คุณเขียนให้ชีวิตตัวเอง ด้วยการลงมือทำมันซะเอง"

"คุณจะเก่งขนาดไหน คุณจะจบมันเกรดเท่าไหร่ ถ้าคุณอยู่มันคนเดียว เก่งมันคนเดียว มันก็เท่านั้น P = mv จำคำผมไว้ … คุณจะมี impact มีผลกระทบ มีประโยชน์ มีคนรู้จักคุณ ก็ต่อเมื่อคุณมี momentum พอสมควร และถ้าคุณอยู่คนเดียว m คุณก็เท่านั้น คุณเก่งแค่ไหน ทำงานเร็วแค่ไหน … คุณก็จบอยู่แค่นั้น"

"แล้วทำไงให้ตัวเอง active ตลอดเวลา” ดูตารางธาตุสิ มันจะมีส่วนหนึ่งที่เรียกว่า ก๊าซเฉื่อย เป็นพวก electron วงนอกครบแปดตัวไปแล้ว มันไม่ทำปฏิกิริยากับใคร … ส่วนพวกที่ active คือพวกที่ "ยังไม่ครบ" "ยังไม่เต็ม" "ยังขาด" … ดังนั้นมันก็ต้องแสวงหา จากคนอื่น ที่เค้ามีในสิ่งที่คุณไม่มี มา share กัน .. มันก็จะเกิดสารประกอบที่มันซับซ้อนขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้น … และที่สำคัญ คุณจะเต็มขึ้นมาทั้งคู่"

เรื่องของการทำงาน

เดือนที่ผ่านถือเป็นเดือนที่น่าเบื่อที่สุดเดือนหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่การทำงานกลุ่มนั้นไม่ประสบความสำเร็จในการให้คนในกลุ่มนั้น สามารถทำงานได้บรรลุเป้าหมายไปได้ ซึ่งงานที่สั่งหรือส่งต่อไปนั้นมักจะกระจุกตัวกันอยู่กับคนไม่กี่คน ซึ่งทำให้การทำงานออกมาได้ไม่ดีนัก ด้วยการขาดประสบการณ์รวมไปถึงความรู้ในด้านการทำงาน โดยมากแล้วมักจะทำงานแบบขอไปทีเสียส่วนใหญ่ ซึ่งงานที่มอบหมายไปนั้นมักจะออกมาได้ห่วยแตกอย่างมาก และด้วยเป็นคนที่ไว้ใจคนและคาดหวังว่าเราได้ให้งานกับคนที่มีความรับผิดชอบดีที่สุดคนหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอด งานหลายๆ อย่างก็ไม่สำเร็จตามเป้าหมาย แต่งานโดยเนื้อหาตามจุดประสงค์นั้นเสร็จเป็นรูปเล่มและดูเรียบร้อยดี แต่ภายในอาจจะไม่ตรงตามความต้องการนั้นเอง

และยังมีคนอีกจำพวกที่ไม่ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งมอง และสั่งการ หรือแม้แต่ตามจิกงาน แต่ตนเองไม่ได้มีหน้าที่การงานอะไร เอาแต่สั่งและพูด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสิ้นดี คนที่ทำก็ทำกันตายไปข้างนึง คนที่ไม่ทำมันก็ไม่ทำสักอย่าง

เฮ้อ ….. น่าเบื่อน่าหน่าย