เดี่ยวนี้การเมืองกำลังแรง เอาสักหน่อย หุๆๆ
จาก : http://www.nationweekend.com/2006/02/03/NW12_221.php
เว็บหลัก : http://www.tomyking.com/
หลังจากแสดงความรักในแผ่นดิน ผ่านทั้ง รายการทีวี วิทยุ และทอล์คโชว์ มาแล้ว
ล่าสุดนี้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี หรือ ‘พี่ตู้’ ย้ำถึงเจตนารมณ์ดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยหนังสือปกสีขาว (จริงๆ) ชื่อ ‘รัฐบาลพระราชทาน นะน่านะ พี่แม้วนะ’
ว่าด้วยแนวคิด ระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ หรือ ‘ระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลมาจากพระราชา’
ถือว่าเป็น ‘คัมภีร์กู้แผ่นดิน’ ที่น่าศึกษายิ่งในห้วงเวลานี้-อีกฉบับหนึ่ง ก็ว่าได้!!
"หลังจากที่พี่เฝ้าดูทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องโกงทั้งนั้นครับ เป็นหน้าที่ของเขา เพราะ ‘ลงทุน’ เพื่อเข้ามา ‘ถอนทุน’ และ ‘บวกกำไร’ จึงไม่รู้จักคำว่า-พอเพียง"
"จากจุดนี้เอง ทำให้พี่นึกถึง ‘รัฐบาลที่ไม่มีนโยบายถอนทุน’ เพราะไม่ต้องลงทุน ก็มีทางเดียว ‘รัฐบาล’ ต้องมาจาก ‘คนนอก’ ที่ ‘ไม่สังกัดพรรคการเมือง’ ซึ่งรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ แต่ที่ผ่านมา-ไม่เคยมีรัฐบาลไหน ยอมให้คนนอกเป็นนายกฯ เพราะกลัวจะไม่โกง"
"ถ้าทั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี มาจากการโปรดเกล้าฯ โดยตรงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พี่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่กล้า และไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกงครับ"
พี่ตู้บอกเล่าถึงความตั้งใจในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ให้ฟัง พร้อมอธิบายความหมายเสร็จสรรพ
"รัฐบาลพระราชทาน ในระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ ก็คือ ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขจริงๆ"
อันที่จริง เรื่องนี้ก็ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
"แต่ทุกวันนี้ ผู้ที่อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตยทั้งหลาย เทิดทูนพระมหากษัตริย์แต่ปาก ไม่ได้จงรักภักดี เพราะเทือกเถาเหล่ากอมาจากแผ่นดินอื่น พอพี่ถามว่า เอามั้ย ‘ราชประชาธิปไตย’ ตอบว่าไม่เอาสักคน คือเขาคงอยากให้เผ่าพันธุ์ต่างด้าวของตนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ซึ่งก็ทำสำเร็จแล้ว เมื่อ 14 ตุลาไง แล้วก็เละ โกงกันหน้าด้านๆ"
ว่าแล้วก็ประเมินสถานการณ์ประเทศไทยให้ฟังเสียเลย
"ส่วนประชาชนเจ้าของประเทศ ก็ได้แต่นินทา มันเป็นสังคมที่ลงตัวนะครับ คนเอาเปรียบ กับคนยอมให้เอาเปรียบ อยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่นใน ‘แผ่นดินที่แหย’ ครับ ‘คนกล้า’ มีอยู่แค่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่ง-ไม่พอยาไส้ ครับ"
ฟังแล้วก็ใจหาย-ยิ่งนัก!!
แต่ความหวังก็ยังมี ถ้า ‘รัฐบาลพระราชทาน’ เกิดขึ้นได้
"ระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ ยังเป็น ‘ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์’ ครับ ประชาชนยังต้องเลือกตั้ง เพื่อให้มีผู้แทนฯ เข้าไป ‘ตรวจสอบรัฐบาล’ แต่ ‘ไม่มีสิทธิบริหาร’ เพื่อไม่ให้โกง ส่วนคนเลือก-ถ้าคุณภาพของผู้เลือกค่อนประเทศ ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ประชาธิปไตยกำหนดมาตรฐานไว้ อย่าเพิ่งให้เลือกผู้บริหารครับ"
"นี่คือประชาธิปไตยแบบต้นฉบับของกรีกครับ จักรพรรดิเป็นผู้เลือกผู้บริหาร ประชาชนเลือกผู้แทนฯ ดูแลกฎหมาย ดูแลท้องที่ ไม่ต้องบริหาร"
"ก็ในเมื่อ ‘นายกฯ’ คือ ‘ผู้ช่วยพระเจ้าแผ่นดิน’ แล้วทำไม-ไม่ให้พระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้เลือกล่ะครับ? โดยให้พระองค์ท่าน เลือกทั้งคณะรัฐมนตรีด้วยเลย จะได้ไม่ต้องมาโกงกินกันให้ต้องขับไล่อีก"
เพราะถ้าทำได้ เชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ ตามมาอีกคณานัป เช่น ‘ภาษี’ จะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น ‘ราคาสินค้า’ ก็จะถูกลง เพราะไม่มี ‘นายหน้า’ ที่มาจาก ‘พรรคการเมือง’ มาบวกราคาก่อนถึงผู้บริโภค
ทางด้าน ‘ผู้แทนฯ’ จะมีหน้าที่ดูแลกฎหมายไป ไม่ต้องมาขัดขากันเพื่อแย่งอำนาจอย่างทุกวันนี้ อย่างนี้เป็นต้น
"ทั้งสภาจะเป็นฝ่ายค้านยังได้เลย แต่จะค้านอะไร ไม่มีรัฐบาลที่กล้าโกงอีกแล้วนี่ครับ ถึงค้านไปก็ไม่ได้ขึ้นไปนั่งกระทรวงแทนอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญใหม่จะกำหนดลงไปเลยว่า ‘รัฐบาลจะต้องมาจากการแต่งตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่เก้า เท่านั้น’ จนกว่าแผ่นดินจะฟื้นคืนสู่สภาพที่น่าอยู่ ค่อยให้พวกมันกลับเข้ามาโกงกันอีก"
"ที่สำคัญ จะกี่สมัย พรรคที่เสียสละนี้- ที่ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ก็ต้องเข้าสภาด้วยเสียงข้างมากทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกลับเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญคืน"
แต่จะไปถึงได้ ก็ต้องมีขั้นมีตอนเหมือนกัน
เริ่มต้นตรงที่-อย่างแรก
"รัฐธรรมนูญจึงสมควรแยกอำนาจ บริหาร และนิติบัญญัติ ออกจากกันให้เด็ดขาด นั่นคือ ต้องมีพรรคการเมือง 1 พรรคที่ ‘เสียสละ’ และได้รับเลือกเข้าสภาด้วย ‘เสียงข้างมาก’ ด้วยนโยบาย-ไม่ยอมเป็นรัฐบาล"
สอง-เมื่อเข้าสภาแล้ว
"จากนั้นก็กราบบังคมทูลขอ ‘รัฐบาลพระราชทาน’ โดยให้ ‘ผู้แทนฯ’ ทำหน้าที่ ‘ฝ่ายนิติบัญญัติ’ เท่านั้น คือร่างกฎหมายเพียงอย่างเดียว ไม่มีสิทธิโกง เพราะไม่มีสิทธินั่งกระทรวง"
แม้ยอมรับว่า ‘ยาก’ เหมือนกัน เพราะยังไม่เคยมีประเทศไหนทำมาก่อน แต่ย่อม ‘ทำได้ ถ้าจะทำ’
"การคิดว่า ‘อะไรที่ไม่เคยมี จะมีไม่ได้’ นั้น เป็นการคิดแบบไม่คิดครับ มักเกิดขึ้นในประเทศที่ไม่กล้าคิดเอง คอยแต่ซื้อ หรือยืมเขามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือแม้แต่ระบอบการปกครองก็ตาม"
ส่วนหนึ่งที่จะทำให้แนวคิดนี้ขับเคลื่อนได้จริง ก็คือ การมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาพรรคหนึ่ง คือ ‘พรรคถวายจริง’
"พรรคนี้ไม่มีหัวหน้าพรรคครับ เพราะไม่ต้องการเป็นนายกฯ แน่นอน อาจมีแค่ ‘เลขาธิการพรรค’ กับ ‘โฆษก’ เพื่อดำเนินกิจการของพรรคให้ราบรื่น"
ล่าสุดนี้ ‘มีการรวมกลุ่ม’ ของ ‘ผู้เสียสละ’ ที่พร้อมจะลงเลือกตั้งแล้ว เพียงแต่ยังไม่ครบ 500 คนเท่านั้นเอง
"เรายังหาแกนนำที่เป็น ‘ผู้ใหญ่’ สนับสนุนอย่าง ‘เป็นทางการ’ อยู่ครับ" พี่ตู้บอกเล่าถึงความคืบหน้า
"ส่วนใหญ่ท่านจะบอกว่า ท่านเป็นคนสำคัญ ท่านต้องอยู่ตรงกลาง ไม่อยากยุ่งการเมือง"
ฟังแล้ว-เหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจดังตามมาด้วย
"นี่ไม่ใช่เรื่อง ‘การเมือง’ นะครับ นี่เป็นเรื่อง ‘บ้านเมือง’ มันแปลกและเจ็บปวดตรงที่ว่า ระหว่าง ดี กับ เลว ทำไมถึงอยากอยู่ตรงกลางกันครับ" พี่ตู้ตั้งคำถามไปในตัว
ฉะนั้น สิ่งที่เป็นเรื่องยาก ก็คือ จะให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างไรว่าเมื่อเดินเข้าคูหาแล้วให้ ‘เลือก-พรรคถวายจริง’ เพื่อไปสู่ ‘พรรครัฐบาลพระราชทาน’ ในอนาคต
"การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ ต้องใช้ทั้ง บุคลากร สื่อ และ เงิน ซึ่งมีผู้ประสงค์จะช่วยบริจาค เราก็ต้องดูว่า ไม่ใช่นายทุนที่จะมาทวงคืน เพราะเราเข้าสภาโดยไม่มีอำนาจที่จะสมนาคุณใคร ซึ่งเขาต้องรับรู้ครับ"
จึงขอฝากความหวังส่วนหนึ่งไว้ที่ประชาชน-ก็ไม่ผิดนัก
"ประชาชนก็ช่วยได้ โดยขยายแนวคิด และเลือกพรรคถวายจริง เมื่อถึงฤดูเลือกตั้งครับ"
อย่างไรก็ดี หากมีการเปลี่ยนแปลง ‘เร็วไป’ และ ‘เลือกตั้งใหม่ภายใน 90 วัน’ จะถือว่าเร็วไปเหมือนกัน
"จะทำให้ ‘พรรคถวายจริง’ ทำงานประชาสัมพันธ์ไม่ทันครับ เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลเฉพาะกาล จะยืดเวลาเลือกตั้งออกไป จนกว่าเราจะพร้อม ไม่เช่นนั้นก็เสร็จเหลือบฝูงใหม่ หรือก็ไม่พ้นเหลือบฝูงเก่า ที่เคยโกง แต่เปลี่ยนพรรคใหม่ แน่นอนครับ เกิดขึ้นมา 3 ครั้งแล้ว พอเถิดประเทศไทย"
ทั้งนี้ การป้องกันการโกงเลือกตั้ง ต้อง ‘เข้มงวด’ และ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ จริงๆ อย่างตอนเข้าคูหาเลือกตั้ง ทุกคนที่เลือกพรรคถวายจริง ต้องลงชื่อ เพื่อเอาไว้ยืนยันจำนวนผู้เลือก เพื่อป้องกันการนับคะแนนคลาดเคลื่อน หรือ ‘โกง’ อย่างนี้เป็นต้น
สาเหตุที่คิดเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากต้องการสร้าง ‘ทางเลือก’ ให้ประชาชนคนไทยนั่นเอง
"เพื่อให้มีทางเลือกระหว่าง ‘ขาว’ กับ ‘ดำ’ มากกว่าที่จะเป็น ‘ดำมาก’ กับ ‘ดำน้อย’ อย่างที่ผ่านๆ มา"
และถือว่า ‘จำเป็นอย่างยิ่งยวดแล้ว’ ที่จะเข้าสู่ยุค ‘รัฐบาลพระราชทาน’ แล้ว
"เพราะว่าเราอวดดีเอาอำนาจบริหารมาทำกันเอง ไม่เคยรอดสักสมัย" พี่ตู้กล่าว พร้อมยกตัวอย่างที่ผ่านมาอธิบาย
"หลัง 14 ตุลา 2516 แล้วก็หลัง 6 ตุลา 2519 มาจนถึงหลัง พฤษภา 2535 พระเจ้าแผ่นดินทรงแก้วิกฤติให้ เราก็อวดดีอีก ทูลขออำนาจกลับมาดูแลกันเอง แล้วก็วิกฤติอีก ไม่เคยเข็ด ไม่เคยเรียนรู้ ถ้าทำเองไม่รอด ก็ให้พระเจ้าแผ่นดินทรงทำสิครับ จะมาอวดดีอยู่ใย แผ่นดินอื่นไม่โชคดี ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินอย่างเรา เรายังไม่สำนึกกันอีกหรือครับ"
จากความตั้งใจตรงนี้เอง พี่ตู้จึงไม่หวั่นต่อความเห็นของนักวิชาการบางคนที่ว่าข้อเสนอ ‘รัฐบาลพระราชทาน’ ของพี่ตู้ จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทย เหมือนย้อนยุคกลับไปสู่ 2475
"ถ้าเราทดลองของใหม่แล้ว ล้มเหลว ก็อย่าหน้าด้านตะแบงต่อไปให้บ้านเมืองฉิบหายมากกว่านี้เลยครับ"
"ถ้าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ก็จงพึ่งพระองค์ท่านเถิด แต่อย่าพึ่งพระองค์ท่านแบบชั่วคราว อย่างที่ผ่านมาเลยครับ โดยยืมมือพระองค์ท่านมาแก้ปัญหาครู่หนึ่ง แล้วเข้าไปโกงต่อเอง อย่างนี้เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนะครับ"
รวมไปถึงความเห็นที่ว่า ข้อเสนอดังกล่าวค่อนข้างจะเสี่ยงต่อข้อหา ‘ล้มล้างรัฐธรรมนูญ’ พี่ตู้เอง ก็มิได้หวาดเกรงใดๆ
"ก็รัฐธรรมนูญระบุว่า ผู้บริหารมาจากคนสภาได้ ผิดตรงไหนล่ะครับ แต่เมื่อพรรคนี้เข้าสภาด้วยเสียงข้างมาก เราแก้รัฐธรรมนูญ ให้ทุกรัฐบาลจากนี้ไป ต้องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่เก้า สัก 20 ปี พี่ว่าน่าจะฟื้นประเทศได้นะ"
"แต่ พรรค ถวายจริง ต้องได้เสียงข้างมากในสภาทุกสมัยเลือกตั้งนะครับ ไม่เช่นนั้น พวกมันจะกลับมาแก้รัฐธรรมนูญคืน เพื่อให้พวกตัวเองกลับมาโกงได้อีก ซึ่งถ้าประชาชนโง่ เลือกโจรมากกว่า ก็สมควร"
พี่ตู้ยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง
"คำว่า ‘พระเจ้าแผ่นดิน’ แปลว่า ‘เจ้าของแผ่นดิน กอบกู้แผ่นดินตกทอด’ มาหลายยุคสมัยครับ ถ้าประชาชนค่อนประเทศศักยภาพถึงเมื่อใด ค่อยดัดจริตเป็นประชาธิปไตยแบบฝรั่งเถิดครับ"
เจ้าของหนังสือ ‘รัฐบาลพระราชทานฯ’ ย้ำเตือน-ส่งท้าย
สำหรับการชุมนุมตั้งแต่สวนลุมพินีไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์นั้น พี่ตู้ไม่ขอออกความเห็นใดๆ
กล่าวได้เพียงว่า ขอ ‘สรรเสริญ’ ทุกการแสดงออกของประชาชน เพียงแต่ ‘ไม่สนับสนุน’ ให้พรรคการเมืองอื่นรอรับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง
จึงเข้าใจว่า-ยากเต็มที ที่จะเห็นพี่ตู้ที่ท้องสนามหลวง แต่ถ้าคิดถึงสิ่งที่พี่ตู้เพียรนำเสนอแล้วล่ะก็ หนังสือปกขาวเล่มนี้-มีคำตอบอัดแน่นอยู่เต็มทุกหน้า
"ถึงเวลาหรือยังครับพี่น้อง?"
เป็นคำถามที่ประชาชนคนไทยทั้งมวล-ต้องตอบ และตัดสินใจเองว่าจะเลือก ‘รัฐบาลพระราชทาน’ หรือจะนินทา และยอมให้เอารัดเอาเปรียบต่อไป
ล้วนแล้วแต่อยู่ที่ ‘ประชาชน’ กำหนดเองทั้งสิ้น!!
Thai Share This