Google


Archive for March, 2006

No Free Lunch

“ผู้ใดก็ตามที่อ้างว่าตนนิยมเสรีภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูแคลนความวุ่นวาย คือคนที่อยากเห็นพืชพันธุ์งอกงามโดยไม่พรวนดินก่อน
พวกเขาอยากเห็นฝนที่ไม่มาควบคู่ไปกับเสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบ พวกเขาอยากได้มหาสมุทรที่ปราศจากเสียงกึกก้องอันน่ากลัวของผืนน้ำ
การขัดขืนครั้งนี้อาจเป็นการขัดขืนทางศีลธรรม ทางร่างกาย หรือทั้งสองทาง แต่มันจะต้องเป็นการขัดขืน
อำนาจไม่เคยยอมอ่อนข้อโดยปราศจากการเรียกร้อง มันไม่เคยยอมในอดีต และจะไม่มีวันยอมในอนาคต.”
เฟรเดอริค ดักลาส, ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ผู้สนับสนุนการเลิกทาส

เลือกตั้ง 2 เมษา เลือกคนดีเข้าสภา กา “ไม่ออกเสียง” นะคร้าบบ; Ford AntiTrust

คนชายชอบ : อารยะขัดขืน: ทางออกสุดท้ายของประชาชน?

จาก http://bact.blogspot.com/2006/03/no-free-lunch.html

แนวทางชีวิตของเว็บ ThaiCyberPoint.com

ตอนนี้เว็บ ThaiCyberPoint.com นั้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่อีกครั้ง โดยยังคงความความสบาย ๆ และบทความดี ๆ เช่นเดิม เพียงแต่เว็บจะเล็กลง และใช้งานง่ายขึ้นค้นหาและเข้าถึงได้ดีกว่าเดิม ยังไงพบกันได้เร็วๆ นี้ครับ

สุดมันกับ A* Search Algorithm -_-”

ตอนนี้งานค่อนข้างเยอะเลย -_-" เรียน Software Engineering แล้วทำ Term Project ที่เป็นระบบแผนที่ ตอนนี้หา Algorithm ที่มาใช้ในการค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุด หาไป หามา ก็ได้ A* (A-Star) Search Algorithm ซึ่งเป็น graph search algorithm ที่ค่อนข้างจะเข้าท่ามาก คิดโดย Peter Hart, Nils Nilsson และ Bertram Raphael ในปี 1968 แม้ว่าจะไม่เคยเรียนมาก่อน ก็ด้วยเหตุการณ์จำเป็น เลยต้องศึกษาเอาไว้ เดี่ยวทำระบบไม่ได้แล้วจะยุ่ง

โดย A* เนี่ย มันเป็น Algorithm ที่ใช้ในการหาเส้นทางที่ดีที่สุด (บอกไปแล้วจะบอกทำไมอีกหว่า -_-") คือมันจะมีทั้งหมด 3 ส่วนที่ทำให้เส้นทางต่าง ๆ นั้นถูกตัดสินใจให้ใช้ หรือไม่ให้ใช้โดย

  1. Heuristic : คือค่าสำหรับการตัดสินใจในการผ่านจุดใด ๆ โดยให้เกณฑ์เป็นตัวเลข
  2. Cost : คือค่าใด ๆ ที่บ่งบอกถึงค่าใช้จ่าย หรือระยะเส้นทางที่ใช้เวลา หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้เส้นทางนั้นเหมาะสมต่อการใช้หรือไม่ โดยให้เกณฑ์เป็นตัวเลข
  3. Priority : เป็นค่าที่ได้จาก Heuristic + Cost จะได้เป็นค่า Priority ออกมา โดยจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเส้นทางดังกล่าวนั้นเหมาะสมที่จะผ่านหรือไม่ โดยวัดจากตัวเลข

เรากำหนดให้

  • Heuristic = H
  • Cost = C
  • Priority = F

โดยตัวอย่างนี้เรากำหนดจุดเริ่มต้นคือ S และจุดหมายปลายทางคือ G

  • เส้นสีเหลียงคือเส้นทางที่ดีที่สุด
  • เส้นสีส้มคือเส้นทางที่น่าจะเป็นไปได้
  • สีเขียวคือจุดปลายทาง
  • สีน้ำเงินคือจุดเริ่มต้น
  1. S มีค่าคือ H:12,C:0,F:12 โดยมีจุดเชื่อมต่อสองจุดคือ A และ B
  2. เราเลยตัดสินใจว่าจะทำการทดสอบว่าเส้นทางไหนมี Priority น้อยที่สุดในกลุ่ม (ในที่นี้คือ 2 ตัวเลือกคือ S-B และ S-A ) ซึ่งมีค่าดังต่อไปนี้ S-B มีค่า H:5,C:8,F:13 และ S-A H:5,C:10,F:15
  3. ในตอนนี้เราตัดสินใจได้แล้วว่าเราจะไป S-B เพราะมีค่า F น้อยที่สุดในกลุ่ม เมื่อถึง S-B แล้วก็ทำการทดสอบเส้นทางอีกครั้งโดยมีจุดเชื่อมต่อ 2 จุดที่ต่อกับ B คือ D และ G เราก็จะได้ค่าที่ B-D และ B-G คือ S-B-D มีค่า H:2,C:16,F:18 และ S-B-G H:0,C:24,F:24 แต่เรายังมีค่าเก่าของ SA อยู่คือ H:5,C:10,F:15 ซึ่งเราต้องเอามาคิดด้วยก็จะได้ 3 ตัวเลือก โดยในตัวเลือกครั้งนี้นั้น S-A มีค่า F น้อยที่สุดในกลุ่ม (มีตัวเลือก 3 ตัวเลือกนะ อย่าลืมหล่ะ ไม่ใช่ 2 ) และ G นั้นมีการเชื่อต่อกับเส้นทางอื่น ๆ อยู่แสดงว่าน่าจะมีเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ว่าจะดีกว่า S-B-G ด้วย
  4. เมื่อถึง S-A แล้วก็ทำการทดสอบเส้นทางที่เชื่อมต่อกับ A ซึ่งมีเส้นทางอยู่ 2 เส้นทางคือ C และ G ก็จะได้ S-A-C ที่มีค่า H:5,C:12,F:17 และ S-A-G ที่มีค่า H:0,C:20,F:20 เราอย่าลืมว่าเรามีค่าเก่าอยู่อีก 2 ตัวคือ S-B-D มีค่า H:2,C:16,F:18 และ S-B-G H:0,C:24,F:24 แต่ S-B-G นั้นมีค่ามากที่สุด และยังมีจุด G ซึ่งซ้ำกับ S-A-G ที่มีค่าน้อยกว่า เราเลยตัดทิ้งไปเพราะจุดหมายปลายทางคือ G ซึ่งเราต้องการหาค่าเส้นทางที่ไปถึง G ที่น้อยที่สุดเท่านั้นจึงตัด S-A-G ทิ้งไป โดยในที่นี้ ค่า F ของ S-A-C นั้นน้อยที่สุดในกลุ่ม เราก็เลือกให้เดินต่อไปที่ S-A-C โดย S-A-G นั้นยังมีเส้นทางอื่นที่เชื่อต่อแสดงว่าน่าจะมีเส้นทางที่ดีกว่าอยู่
  5. เมื่อถึง S-A-C เรามีเส้นทางอยู่ 2 เส้นคือ E และ G โดยที่ S-A-C-E นั้นมีค่า H:2,C:15,F:17 และ S-A-C-G  นั้นมีค่า H:5,C:21,F:26 และค่าที่เหลืออยู่คือ S-B-D มีค่า H:2,C:16,F:18 และ S-A-G H:0,C:20,F:20 โดยที่ค่า F ของ S-A-C-E นั้นน้อยที่สุดในกลุ่มทั้ง 4 ตัวเราก็จะเลือกเดินไปที่ E และ S-A-C-G ก็ต้องนำออกจากกลุ่มด้วยเพราะ S-A-G นั้นมีค่า F น้อยกว่า
  6. โดยเมื่อถึง E แล้ว เส้นทางมีเส้นเดียวคือเส้น S-A-C-E-G ซึ่งมีค่า H:0,C:17,F:17 ซึ่งน้อยกว่า SBD H:2,C:16,F:18 และ S-A-G มีค่า H:0,C:20,F:20 เราก็จะเลือกเส้นทาง S-A-C-E-G เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในการเดินทางจาก S ไปถึง G โดยใช้ Priority ที่ 17, Cost ที่ 17 และ Heuristic ที่ 0

Animation สามารถทดลองเล่นได้ที่ JSearch demo ครับ
ซึ่งวิธีการ A* นั้นส่วนใหญ่จะใช้ในการเดินทางของ AI ในเกมส์ต่าง ๆ โดยหลักการนี้มีเขียนไว้ที่ Game Character Path Finding in Java โดยใช้ในการเขียนการค้นหาคู่ต่อสู้ในแผนที่ของเกมส์โดยใช้ Heuristic ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยตลอด และเส้นทางที่น่าจะเป็นไปได้ หรือใช้ระยะทางในการกำหนดค่าของ Cost ในการค้นหาศัตรูด้วย ส่วน Code นั้นเดี่ยวขอเวลาเขียนก่อน ตอนนี้ได้ Idea เท่านั้น -_-"

คัมภีร์กู้แผ่นดินฉบับ ‘พี่ตู้’

เดี่ยวนี้การเมืองกำลังแรง เอาสักหน่อย หุๆๆ ;)

จาก : http://www.nationweekend.com/2006/02/03/NW12_221.php
เว็บหลัก : http://www.tomyking.com/

หลังจากแสดงความรักในแผ่นดิน ผ่านทั้ง รายการทีวี วิทยุ และทอล์คโชว์ มาแล้ว

ล่าสุดนี้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี หรือ ‘พี่ตู้’ ย้ำถึงเจตนารมณ์ดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยหนังสือปกสีขาว (จริงๆ) ชื่อ ‘รัฐบาลพระราชทาน นะน่านะ พี่แม้วนะ’

ว่าด้วยแนวคิด ระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ หรือ ‘ระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลมาจากพระราชา’

ถือว่าเป็น ‘คัมภีร์กู้แผ่นดิน’ ที่น่าศึกษายิ่งในห้วงเวลานี้-อีกฉบับหนึ่ง ก็ว่าได้!!

"หลังจากที่พี่เฝ้าดูทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องโกงทั้งนั้นครับ เป็นหน้าที่ของเขา เพราะ ‘ลงทุน’ เพื่อเข้ามา ‘ถอนทุน’ และ ‘บวกกำไร’ จึงไม่รู้จักคำว่า-พอเพียง"

"จากจุดนี้เอง ทำให้พี่นึกถึง ‘รัฐบาลที่ไม่มีนโยบายถอนทุน’ เพราะไม่ต้องลงทุน ก็มีทางเดียว ‘รัฐบาล’ ต้องมาจาก ‘คนนอก’ ที่ ‘ไม่สังกัดพรรคการเมือง’ ซึ่งรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ แต่ที่ผ่านมา-ไม่เคยมีรัฐบาลไหน ยอมให้คนนอกเป็นนายกฯ เพราะกลัวจะไม่โกง"

"ถ้าทั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี มาจากการโปรดเกล้าฯ โดยตรงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พี่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่กล้า และไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกงครับ"

พี่ตู้บอกเล่าถึงความตั้งใจในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ให้ฟัง พร้อมอธิบายความหมายเสร็จสรรพ

"รัฐบาลพระราชทาน ในระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ ก็คือ ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขจริงๆ"

อันที่จริง เรื่องนี้ก็ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

"แต่ทุกวันนี้ ผู้ที่อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตยทั้งหลาย เทิดทูนพระมหากษัตริย์แต่ปาก ไม่ได้จงรักภักดี เพราะเทือกเถาเหล่ากอมาจากแผ่นดินอื่น พอพี่ถามว่า เอามั้ย ‘ราชประชาธิปไตย’ ตอบว่าไม่เอาสักคน คือเขาคงอยากให้เผ่าพันธุ์ต่างด้าวของตนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ซึ่งก็ทำสำเร็จแล้ว เมื่อ 14 ตุลาไง แล้วก็เละ โกงกันหน้าด้านๆ"

ว่าแล้วก็ประเมินสถานการณ์ประเทศไทยให้ฟังเสียเลย

"ส่วนประชาชนเจ้าของประเทศ ก็ได้แต่นินทา มันเป็นสังคมที่ลงตัวนะครับ คนเอาเปรียบ กับคนยอมให้เอาเปรียบ อยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่นใน ‘แผ่นดินที่แหย’ ครับ ‘คนกล้า’ มีอยู่แค่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่ง-ไม่พอยาไส้ ครับ"

ฟังแล้วก็ใจหาย-ยิ่งนัก!!

แต่ความหวังก็ยังมี ถ้า ‘รัฐบาลพระราชทาน’ เกิดขึ้นได้

"ระบอบ ‘ราชประชาธิปไตย’ ยังเป็น ‘ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์’ ครับ ประชาชนยังต้องเลือกตั้ง เพื่อให้มีผู้แทนฯ เข้าไป ‘ตรวจสอบรัฐบาล’ แต่ ‘ไม่มีสิทธิบริหาร’ เพื่อไม่ให้โกง ส่วนคนเลือก-ถ้าคุณภาพของผู้เลือกค่อนประเทศ ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ประชาธิปไตยกำหนดมาตรฐานไว้ อย่าเพิ่งให้เลือกผู้บริหารครับ"

"นี่คือประชาธิปไตยแบบต้นฉบับของกรีกครับ จักรพรรดิเป็นผู้เลือกผู้บริหาร ประชาชนเลือกผู้แทนฯ ดูแลกฎหมาย ดูแลท้องที่ ไม่ต้องบริหาร"

"ก็ในเมื่อ ‘นายกฯ’ คือ ‘ผู้ช่วยพระเจ้าแผ่นดิน’ แล้วทำไม-ไม่ให้พระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้เลือกล่ะครับ? โดยให้พระองค์ท่าน เลือกทั้งคณะรัฐมนตรีด้วยเลย จะได้ไม่ต้องมาโกงกินกันให้ต้องขับไล่อีก"

เพราะถ้าทำได้ เชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ ตามมาอีกคณานัป เช่น ‘ภาษี’ จะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น ‘ราคาสินค้า’ ก็จะถูกลง เพราะไม่มี ‘นายหน้า’ ที่มาจาก ‘พรรคการเมือง’ มาบวกราคาก่อนถึงผู้บริโภค

ทางด้าน ‘ผู้แทนฯ’ จะมีหน้าที่ดูแลกฎหมายไป ไม่ต้องมาขัดขากันเพื่อแย่งอำนาจอย่างทุกวันนี้ อย่างนี้เป็นต้น

"ทั้งสภาจะเป็นฝ่ายค้านยังได้เลย แต่จะค้านอะไร ไม่มีรัฐบาลที่กล้าโกงอีกแล้วนี่ครับ ถึงค้านไปก็ไม่ได้ขึ้นไปนั่งกระทรวงแทนอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญใหม่จะกำหนดลงไปเลยว่า ‘รัฐบาลจะต้องมาจากการแต่งตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่เก้า เท่านั้น’ จนกว่าแผ่นดินจะฟื้นคืนสู่สภาพที่น่าอยู่ ค่อยให้พวกมันกลับเข้ามาโกงกันอีก"

"ที่สำคัญ จะกี่สมัย พรรคที่เสียสละนี้- ที่ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ก็ต้องเข้าสภาด้วยเสียงข้างมากทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกลับเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญคืน"

แต่จะไปถึงได้ ก็ต้องมีขั้นมีตอนเหมือนกัน

เริ่มต้นตรงที่-อย่างแรก

"รัฐธรรมนูญจึงสมควรแยกอำนาจ บริหาร และนิติบัญญัติ ออกจากกันให้เด็ดขาด นั่นคือ ต้องมีพรรคการเมือง 1 พรรคที่ ‘เสียสละ’ และได้รับเลือกเข้าสภาด้วย ‘เสียงข้างมาก’ ด้วยนโยบาย-ไม่ยอมเป็นรัฐบาล"

สอง-เมื่อเข้าสภาแล้ว

"จากนั้นก็กราบบังคมทูลขอ ‘รัฐบาลพระราชทาน’ โดยให้ ‘ผู้แทนฯ’ ทำหน้าที่ ‘ฝ่ายนิติบัญญัติ’ เท่านั้น คือร่างกฎหมายเพียงอย่างเดียว ไม่มีสิทธิโกง เพราะไม่มีสิทธินั่งกระทรวง"

แม้ยอมรับว่า ‘ยาก’ เหมือนกัน เพราะยังไม่เคยมีประเทศไหนทำมาก่อน แต่ย่อม ‘ทำได้ ถ้าจะทำ’

"การคิดว่า ‘อะไรที่ไม่เคยมี จะมีไม่ได้’ นั้น เป็นการคิดแบบไม่คิดครับ มักเกิดขึ้นในประเทศที่ไม่กล้าคิดเอง คอยแต่ซื้อ หรือยืมเขามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือแม้แต่ระบอบการปกครองก็ตาม"

ส่วนหนึ่งที่จะทำให้แนวคิดนี้ขับเคลื่อนได้จริง ก็คือ การมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาพรรคหนึ่ง คือ ‘พรรคถวายจริง’

"พรรคนี้ไม่มีหัวหน้าพรรคครับ เพราะไม่ต้องการเป็นนายกฯ แน่นอน อาจมีแค่ ‘เลขาธิการพรรค’ กับ ‘โฆษก’ เพื่อดำเนินกิจการของพรรคให้ราบรื่น"

ล่าสุดนี้ ‘มีการรวมกลุ่ม’ ของ ‘ผู้เสียสละ’ ที่พร้อมจะลงเลือกตั้งแล้ว เพียงแต่ยังไม่ครบ 500 คนเท่านั้นเอง

"เรายังหาแกนนำที่เป็น ‘ผู้ใหญ่’ สนับสนุนอย่าง ‘เป็นทางการ’ อยู่ครับ" พี่ตู้บอกเล่าถึงความคืบหน้า

"ส่วนใหญ่ท่านจะบอกว่า ท่านเป็นคนสำคัญ ท่านต้องอยู่ตรงกลาง ไม่อยากยุ่งการเมือง"

ฟังแล้ว-เหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจดังตามมาด้วย

"นี่ไม่ใช่เรื่อง ‘การเมือง’ นะครับ นี่เป็นเรื่อง ‘บ้านเมือง’ มันแปลกและเจ็บปวดตรงที่ว่า ระหว่าง ดี กับ เลว ทำไมถึงอยากอยู่ตรงกลางกันครับ" พี่ตู้ตั้งคำถามไปในตัว

ฉะนั้น สิ่งที่เป็นเรื่องยาก ก็คือ จะให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างไรว่าเมื่อเดินเข้าคูหาแล้วให้ ‘เลือก-พรรคถวายจริง’ เพื่อไปสู่ ‘พรรครัฐบาลพระราชทาน’ ในอนาคต

"การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ ต้องใช้ทั้ง บุคลากร สื่อ และ เงิน ซึ่งมีผู้ประสงค์จะช่วยบริจาค เราก็ต้องดูว่า ไม่ใช่นายทุนที่จะมาทวงคืน เพราะเราเข้าสภาโดยไม่มีอำนาจที่จะสมนาคุณใคร ซึ่งเขาต้องรับรู้ครับ"

จึงขอฝากความหวังส่วนหนึ่งไว้ที่ประชาชน-ก็ไม่ผิดนัก

"ประชาชนก็ช่วยได้ โดยขยายแนวคิด และเลือกพรรคถวายจริง เมื่อถึงฤดูเลือกตั้งครับ"

อย่างไรก็ดี หากมีการเปลี่ยนแปลง ‘เร็วไป’ และ ‘เลือกตั้งใหม่ภายใน 90 วัน’ จะถือว่าเร็วไปเหมือนกัน

"จะทำให้ ‘พรรคถวายจริง’ ทำงานประชาสัมพันธ์ไม่ทันครับ เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลเฉพาะกาล จะยืดเวลาเลือกตั้งออกไป จนกว่าเราจะพร้อม ไม่เช่นนั้นก็เสร็จเหลือบฝูงใหม่ หรือก็ไม่พ้นเหลือบฝูงเก่า ที่เคยโกง แต่เปลี่ยนพรรคใหม่ แน่นอนครับ เกิดขึ้นมา 3 ครั้งแล้ว พอเถิดประเทศไทย"

ทั้งนี้ การป้องกันการโกงเลือกตั้ง ต้อง ‘เข้มงวด’ และ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ จริงๆ อย่างตอนเข้าคูหาเลือกตั้ง ทุกคนที่เลือกพรรคถวายจริง ต้องลงชื่อ เพื่อเอาไว้ยืนยันจำนวนผู้เลือก เพื่อป้องกันการนับคะแนนคลาดเคลื่อน หรือ ‘โกง’ อย่างนี้เป็นต้น

สาเหตุที่คิดเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากต้องการสร้าง ‘ทางเลือก’ ให้ประชาชนคนไทยนั่นเอง

"เพื่อให้มีทางเลือกระหว่าง ‘ขาว’ กับ ‘ดำ’ มากกว่าที่จะเป็น ‘ดำมาก’ กับ ‘ดำน้อย’ อย่างที่ผ่านๆ มา"

และถือว่า ‘จำเป็นอย่างยิ่งยวดแล้ว’ ที่จะเข้าสู่ยุค ‘รัฐบาลพระราชทาน’ แล้ว

"เพราะว่าเราอวดดีเอาอำนาจบริหารมาทำกันเอง ไม่เคยรอดสักสมัย" พี่ตู้กล่าว พร้อมยกตัวอย่างที่ผ่านมาอธิบาย

"หลัง 14 ตุลา 2516 แล้วก็หลัง 6 ตุลา 2519 มาจนถึงหลัง พฤษภา 2535 พระเจ้าแผ่นดินทรงแก้วิกฤติให้ เราก็อวดดีอีก ทูลขออำนาจกลับมาดูแลกันเอง แล้วก็วิกฤติอีก ไม่เคยเข็ด ไม่เคยเรียนรู้ ถ้าทำเองไม่รอด ก็ให้พระเจ้าแผ่นดินทรงทำสิครับ จะมาอวดดีอยู่ใย แผ่นดินอื่นไม่โชคดี ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินอย่างเรา เรายังไม่สำนึกกันอีกหรือครับ"

จากความตั้งใจตรงนี้เอง พี่ตู้จึงไม่หวั่นต่อความเห็นของนักวิชาการบางคนที่ว่าข้อเสนอ ‘รัฐบาลพระราชทาน’ ของพี่ตู้ จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทย เหมือนย้อนยุคกลับไปสู่ 2475

"ถ้าเราทดลองของใหม่แล้ว ล้มเหลว ก็อย่าหน้าด้านตะแบงต่อไปให้บ้านเมืองฉิบหายมากกว่านี้เลยครับ"

"ถ้าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ก็จงพึ่งพระองค์ท่านเถิด แต่อย่าพึ่งพระองค์ท่านแบบชั่วคราว อย่างที่ผ่านมาเลยครับ โดยยืมมือพระองค์ท่านมาแก้ปัญหาครู่หนึ่ง แล้วเข้าไปโกงต่อเอง อย่างนี้เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนะครับ"

รวมไปถึงความเห็นที่ว่า ข้อเสนอดังกล่าวค่อนข้างจะเสี่ยงต่อข้อหา ‘ล้มล้างรัฐธรรมนูญ’ พี่ตู้เอง ก็มิได้หวาดเกรงใดๆ

"ก็รัฐธรรมนูญระบุว่า ผู้บริหารมาจากคนสภาได้ ผิดตรงไหนล่ะครับ แต่เมื่อพรรคนี้เข้าสภาด้วยเสียงข้างมาก เราแก้รัฐธรรมนูญ ให้ทุกรัฐบาลจากนี้ไป ต้องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่เก้า สัก 20 ปี พี่ว่าน่าจะฟื้นประเทศได้นะ"

"แต่ พรรค ถวายจริง ต้องได้เสียงข้างมากในสภาทุกสมัยเลือกตั้งนะครับ ไม่เช่นนั้น พวกมันจะกลับมาแก้รัฐธรรมนูญคืน เพื่อให้พวกตัวเองกลับมาโกงได้อีก ซึ่งถ้าประชาชนโง่ เลือกโจรมากกว่า ก็สมควร"

พี่ตู้ยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง

"คำว่า ‘พระเจ้าแผ่นดิน’ แปลว่า ‘เจ้าของแผ่นดิน กอบกู้แผ่นดินตกทอด’ มาหลายยุคสมัยครับ ถ้าประชาชนค่อนประเทศศักยภาพถึงเมื่อใด ค่อยดัดจริตเป็นประชาธิปไตยแบบฝรั่งเถิดครับ"

เจ้าของหนังสือ ‘รัฐบาลพระราชทานฯ’ ย้ำเตือน-ส่งท้าย

สำหรับการชุมนุมตั้งแต่สวนลุมพินีไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์นั้น พี่ตู้ไม่ขอออกความเห็นใดๆ

กล่าวได้เพียงว่า ขอ ‘สรรเสริญ’ ทุกการแสดงออกของประชาชน เพียงแต่ ‘ไม่สนับสนุน’ ให้พรรคการเมืองอื่นรอรับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง

จึงเข้าใจว่า-ยากเต็มที ที่จะเห็นพี่ตู้ที่ท้องสนามหลวง แต่ถ้าคิดถึงสิ่งที่พี่ตู้เพียรนำเสนอแล้วล่ะก็ หนังสือปกขาวเล่มนี้-มีคำตอบอัดแน่นอยู่เต็มทุกหน้า

"ถึงเวลาหรือยังครับพี่น้อง?"

เป็นคำถามที่ประชาชนคนไทยทั้งมวล-ต้องตอบ และตัดสินใจเองว่าจะเลือก ‘รัฐบาลพระราชทาน’ หรือจะนินทา และยอมให้เอารัดเอาเปรียบต่อไป

ล้วนแล้วแต่อยู่ที่ ‘ประชาชน’ กำหนดเองทั้งสิ้น!!

วิธีการเช็คเครื่อง Notebook ก่อนจ่ายเงิน และออกจากร้าน

ปรับแต่แก้ไขเพิ่มเติม June 14th, 2008-3:53 pm at 3:53 pm

จากกระทู้ พอดีอ่านกระทู้แล้วทำสรุปวิธีเช็คเครื่องมาให้ ซึ่งเป็นการแนะนำการตรวจสอบตัวเครื่อง Laptop (Computer Notebook) ก่อนออกจากร้านค้า ซึ่งแนะนำได้ดีมาก เลยนำมาเผนแพร่ต่อ ๆ กันครับ


คำแนะนำด้านล่างเป็นเพียงคำแนะนำส่วนตัวเท่านั้น ไม่ต้องทำตามก็ได้ และไม่มีการรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น (เช่น เช็คถึงข้อb7แล้วเจ้าของร้าไล่ออกจากร้าน หรือทำเครื่องหล่นตอนทำข้อ c7)

A. สิ่งที่ต้องเตรียมไป

  • a1. โปรแกรม BenchMark
  • a2. โปรแกรมเช็ค DeadPixel
  • a3. Flash Drive
  • a4. Bluetooth device เช่น มือถือ
  • a5. DVD-RW ที่เขียนข้อมูลไปบางส่วนเช่น ไฟล์เพลง คลิ๊ปหนัง เป็นต้น
  • a6. Mem card และ หูฟัง
  • a7. เงิน (อันนี้สำคัญมาก)


B. การตรวจเช็คโน๊ตบุคตอนซื้อ

  • b1. คุยเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าเช่น สเปก เงื่อนไขการรับประกัน (กี่ปี ประกันส่วนไหนบ้าง ประกัน Dead Pixel หรือไม่ยังไง การซื้อประกันเพิ่ม ), การเพิ่ม RAM, เงื่อนไขการชำระเงิน เป็นต้น กับผู้ขายเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง
  • b2. ห้ามจ่ายตังค์หรือให้หลักฐานใด หรือยังไม่ให้ผู้ขายออกหลักฐานการซื้อเด็ดขาด เพื่อเป็นการปลอดข้อผูกมัด จนกว่าจะผ่านข้อ b9
  • b2. ตรวจอุปกรณ์หลักครับ ที่ชาร์จ CD-Driver กระเป๋า (บางยี่ห้อไม่แถมนะ ดูให้ดี ๆ) คู่มือ ใบรับประกัน ใบชิงโชค และอื่น ๆ ที่พึงจะมีให้ครบถ้วน (ในคู่มือมีบอกว่าในกล่องควรจะมีอะไรบ้าง อ่านซะด้วย)
  • b3. ดูรูปลักษณ์ภายนอกครับ มีรอยบุบ ถลอกหรือไม่ น๊อตสกรู มีรอยเหมือนถูกเปิดsingมาหรือเปล่า Void ครบ (ประกันเครื่อง จอกี่ปีแบบไหน) และ แปะถูกที่หรือไม่ ทั้งตัวเครื่องและที่ Accessories อ้อ อย่าลืมพลิกดูสติกเกอร์ Serial ที่ใต้เครื่องด้วยหละว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ขาดหรือเรือนนะ และดูว่าตรงกะที่กล่องหรือไม่ แล้วจดไว้ก็ดี
  • b4. ถามเลยว่า ถ้าเอากลับบ้านไปแล้ว เครื่องมีปัญหาภายใน 7 วัน เอามาแล้วเปลี่ยนตัวใหม่ให้ได้หรือไม่ ( ซึ่งควรจะเปลี่ยนให้ได้ )
  • b5. ถ้าต้องการเพิ่ม Ram ให้ร้านเค้าเพิ่มให้เลย (จะซื้อกับร้านหรือเอามาเองก็ได้ถ้าเค้ายอม)
  • b6. ให้เขาลง Windows ให้เรียบร้อย พร้อมลงไดร์เวอร์ให้ครบ เพื่อทดสอบ (ถ้าเครื่องมี OEM มาให้แล้วไม่น่ามีปัญหาตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีคงต้องต่อลองกันต่อไปในชั้นนึง เพราะบางร้านไม่มีนโยบายในส่วนนี้ ต้องทำใจ และเข้าใจเค้าด้วย เพราะว่าลิขสิทธิ์ช่วงนี้กำลังแรงครับ ซื้อเครื่อง NO OS มาก็เอาแผ่นไปด้วยแล้วกันครับ ถือเป็นความรับผิดชอบของเรา ไม่ใช่ทางร้าน จำไว้ให้ดีครับเรื่องนี้)
  • b7. เสียบสายชาร์จเพื่อเป็นการทดสอบที่ชาร์จไปในตัว แล้วใช้โปรแกรมทดสอบ dead pixel หน้าจอ ติดตั้งโปรแกรม BenckMark เช่น Sisoft-Sandra (เวอร์ชั่นใหม่หน่อยนะเดี่ยวไม่รู้จักตัวอุปกรณ์) แล้วเช็ค Spec ว่าถูกต้องตามรายการหรือไม่ และต้องเห็น RAM ที่เพิ่มเข้าไปด้วย ถึงตอนนี้ก็ครึ่งทางแล้วนะ เตรียมเสียตังค์ได้เลย บางครั้ง RAM ไม่ครบ หายไปนิดหน่อย ต้องดูว่า VGA มาเอา RAM ไปใช้เป็น VRAM ด้วยหรือเปล่าด้วย อย่าเพิ่งโวยวายไป อย่าง Intel VGA บางรุ่นแชร์ RAM แปรผันตรงตามจำนวนความจุ RAM ที่ใส่เิพิ่มไป บางรุ่นแชร์ตามการใช้งานจริงในตอนนั้น ดูให้ดีครับ
  • b8. ถอดสายชาร์จออก แล้วลองเล่นดังนี้
  • b8.1 เปิด Bluetooth กับ WiFi พร้อมกัน เครื่องต้องไม่แฮงค์ และไม่กวนเข้าจอภาพ
  • b8.2 ลองเล่น Net ผ่าน WiFi ดู
  • b8.3 ลองเล่น Bluetooth กะมือถือดู
  • b8.4 ลองปรับค่าต่างๆดู เช่น Brightness Contrast เป็นต้น แล้วดูว่าจอผิดปกติหรือไม่
  • b8.5 ลองให้อ่านไฟล์จาก DVD/CD ที่เตรียมไปดู เช่น เปิดหนังที่เตรียมไปจากแผ่นโดยตรง แล้ว copy ไฟล์นั้นลงเครื่องไว้
  • b8.6 ลองลบ DVD-RW และเขียนไฟล์ที่copyไว้กลับเข้าแผ่นและอ่านไฟล์ที่เขียนอีกครั้ง(เหมือนข้อ b8.4) ในข้อนี้เฉพาะเครื่องที่มี Drive DVD-RW นะครับ
  • b8.7 ลองอื่นๆ ได้แก่ FlashDrive MemCard Mouseที่แถม ลำโพง หูฟัง
  • b8.8 ปุ่ม Keyboard ต่างโดยทดสอบกับโปรแกรม Notepad ก็ได้ (สามารถทำระหว่างรอเขียน DVD ในข้อ b8.6 ก็ได้) อ้อ สังเกตดูว่าเครื่องร้อนมากแค่ไหนรับได้ไหมกับความร้อนระดับนี้ หรือมีเสียงหรือสิ่งผิดปกติหรือเปล่า
  • b8.9 ShutDown เครื่อง แล้วเปิดเครื่องใหม่และปล่อยให้เข้า Windowsอีกครั้ง เป็นอันผ่านบททดสอบ
  • Note. ถ้าระหว่างที่ทำข้อ b8 อยู่เกิด Low Battery ก็ให้เสียบชาร์จกลับไป แต่ถ้าให้ดีขอให้ผ่านข้อ b8.6 มาก่อนก็ดี
  • b9. มาถึงตรงจุดนี้ได้แสดงว่าเจ้า Notebook ที่เราปู้ยี้ปู้ยำมาพอควรก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมโลกของเราแล้ว (ทางร้านคงเซ็งเราแล้วด้วย)
  • b10. จ่ายตังค์ และอย่าลืมดูเวลาเค้าเก็บเข้ากล่องด้วยว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เวลาที่รอเอกสาร
  • b11. ตรวจสอบเอกสาร ได้แก่ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี เอกสารแสดงการรับประกัน โดยรายละเอียดในเอกสารต้องถูกต้อง เช่น Seriel ต้องตรงกะตัวเครื่อง ชื่อร้าน ลายเซ็นของทางร้าน เป็นต้น ต้องถูกต้องและเรียบร้อย นะ
  • b12. เตรียมลีมูซีนรับมันกลับบ้าน


C. เมื่อถึงบ้านก็พักจิบกาแฟ ดูทีวีซักพัก เพื่อเป็นการพักหย่อนใจ แล้วเริ่มงานต่อ (สำหรับท่านอื่นอาจไม่ต้องทำแล้วก็ได้ แต่ผมทำเพราะต้องจับผิดมันให้ได้ภายใน 7 วัน ถ้ามีจริงก็จะได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทัน)

  • c1. เตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ แผ่น Windows Driver (โหลดตัวล่าสุดจากเว็ปผู้ผลิตมาเขียนใส่ CD ไว้ด้วยก็ดี) Software ต่างๆ
  • c2. เสียบที่ชาร์จ เปิดเครื่อง แล้วแบ่งพาร์ทิชั่น (ถ้าต้องการ) ฟอร์แมต ลง Windows ใหม่หมด
  • c3. ลงไดร์เวอร์ Software Console (management) ต่าง ๆ ของผู้ผลิต และโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน
  • c4. ลง BenckMark แล้วทดสอบอย่างหนัก (และจะทำตามข้อb8.1-b8.8ซ้ำก็ดีนะ) แล้วลองนำผลที่ได้ไปเทียบกับชาวบ้านดู (หาได้ตามเว็ปไซด์) แล้วไม่ต้องซีเรียสมากถ้าค่าไม่ได้เท่าเค้า แต่ก็ไม่ควรแพ้เครื่องที่สเปกต่ำกว่า ถ้าค่าผิดปกติอาจมาจากการลงในข้อ2 ไม่ดีพอ หรือไดร์เวอร์ไม่อัพ หรือเครื่องอยู่ไม่ในโหมดทำงานเต็มอัตราศึก(performence) ก็ได้ลองตรวจสอบดู
  • c5. เมื่อเสร็จแล้ว capture ค่าไว้ดูเป็นที่ระลึกก็ได้ (ผมทำเพราะมันดูแล้วทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่เปิดขึ้นมาดู)
  • c6. burn เครื่องไว้จนแบตหมดเป็นการเคลียร์แบต แล้วเสียบชาร์ตทิ้งไว้โดยไม่ต้องเปิดเครื่อง 8-10 ชม. เพื่อเป็นการกระตุ้นแบต ซึ่งควรทำการกระตุ้นแบบนี้2-3ครั้งเพื่อเป็นการ Overhaul แล้วค่อยใช้งานปกติ
  • c7. พามันไปสูดอากาศข้างนอกเพื่อเป็นการทดสอบว่ามันพร้อมเดินทางกะเราไหม เช่น ไปนั่งจิบกาแฟแล้วเล่นเน็ตจากwirelessของร้าน (เป็นการทำให้ภาพลักษณ์ของตนเองดีขึ้น ระวังหน้าแตกตอนเครื่องเกิดงอแงหละ) ไป present งานจะได้เป็นการลองต่อมันกับโปรเจคเตอร์ไปในตัว หรือจะเปิดหนังปลุกใจเสือป่าบนรถเมล์ก็ได้ถ้าใจถึง(แต่ผมเคย!!!) เป็นต้น
  • c8. ถ้าทำได้ทั้งหมดภายใน 7 วันนี้ โดยที่มันไม่งอแงเลย ก็แต่งตั้งมันให้เป็น "ซางกุงสูงสุด" ได้เลย แต่ถ้างอแงก็ส่งกลับเชจู(ร้าน/ศูนย์)ซะ
จากคุณ : ดำจังแก -[ 12 มี.ค. 49 - 19:23:38 A:61.91.222.101 X: ]

เคลม iPod Shuffle เนื่องจาก Can’t mount iPod.

เมื่อสักอาทิตย์ เกือบ 2 อาทิตย์ iPod Shuffle 512MB ของผมดันเดี้ยง มันขึ้น LED light message แจ้งว่า Error เลยว่าจะ Restore พอจะ Restore อย่างที่ทุก ๆ ครั้งทำ มันดันหา iPod ไม่เจอ อ้าววววว เวรกรรม แล้ว Disk mode ก็ใช้งานไม่ได้ แถมใน Restore ที่อยู่ในตัว iPod Updater ตัวล่าสุด มันขึ้น Message มันขึ้น Can’t mount iPod เลยเข้าเว็บต่าง ๆ ที่เจอเหตุการ์ณเดียวกัน ผมก็ไปเจอ iPod - The Five Rs โดยมีวีธีดังนี้ครับ (แปลมาอีกทีครับ) แต่เดี่ยวก่อน ในนั้นมี 5 วิธี แต่สำหรับผมต้องเป็น 5 + 1 ครับ หุๆๆ เพราะว่าผมใช้วิธีสุดท้านให้ iPod กลับมาหาผม แล้วใช้งานได้เหมือนเดิม 5555

  1. Reset : ทำการ Reset iPod ของคุณ
    • iPod Shuffle ทำโดย ปลด iPod ออกจากเครื่องคอมฯ แล้วทำการเลือนสวิตช์ไปที่ปิดการทำงาน แล้วรอ 5 วินาที แล้วเลือนสวิตช์กลับไปที่ต่ำแหน่งเล่นเพลงต่ำแหน่งใดต่ำแหน่งหนึ่ง (เล่นแบบเรียงตามรายการ หรือแบบสุ่มสลับการเล่น)
  2. Retry : ลองเชื่อมต่อ iPod เข้ากับคอมฯ อีกครั้ง
  3. Restart : ลอง Restart เครื่องของคุณ และลองหาซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดมาติดตั้งด้วย
  4. Reinstall : ทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ของ iPod และ iTunes อีกครั้ง หรือดูว่าเป็นรุ่นล่าสุดหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ให้ติดตั้งรุ่นล่าสุดลงระบบแล้วทดลองอีกครั้ง
  5. Restore : ทำการใช้ Function Restore ใน iPod Updater รุ่นล่าสุด โดยการ Restore จะทำการลบข้อมูลบน iPod ของคุณทั้งหมด และทำการเซ็ตซอฟต์แวร์ที่อยู่ใน iPod ใหม่หมดเหมือนกับออกจากโรงงาน แล้วทดสอบอีกครั้ง
  6. Retailer Store : ถ้าทั้งหมด 5 ข้อแล้วยังไม่สำเร็จ iPod คุณยังไม่สามารถใช้งานได้ ให้เข้าร้านค้า iPod ที่ได้รับการแต่งตั้งโดย Apple เพื่อรับบริการจาก Apple เพื่อให้ทางร้านแก้ปัญหาให้เราโดยตรง ซึ่งถ้ามีปัญหาจริง และยังอยู่ในประกัน คุณจะได้รับการเปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนดจากทางร้านค้า

ซึ่งผมทำทุกวิธีแล้วมันก็ยังคงไม่ตื่นก็เลยส่งเคลม และตอนนี้ผมก็ได้ตัวใหม่กลับคืนมาแล้วครับ ชื่อของมันคือ TEDDYPOD2 ครับ หุๆๆ ใช้เวลาในการเคลมสินค้าประมาณเกือบ ๆ 2 อาทิตย์ครับ (ทั้งส่งไปแล้วกลับด้วย) ส่งกลับมานี่ใหม่เอื่อมเลยครับ ของใหม่ แล้ว iPod Shuffle ตัวนี้ก็ใกล้จะหมดประกันแล้วด้วย -_-"

Information Overload !!!

ช่วงนี้อ่าน weblog+feed เยอะมาก ทั้งไทยและเทศ จนตอนนี้เท่าที่ได้กะ ๆ ดูน่าจะวันละ 100 เรื่องต่อวันได้ นี่ยังไม่รวม webboard ต่าง ๆ ที่เข้าไปอ่านอีกวันละไม่ต่ำกว่า 50 - 200 แล้วแต่เวลา ซึ่งข้อมูลเยอะมาก ๆ จนบางวันมึนหัวไปเลย

แต่มีบางวันไม่ได้อ่าน หรือไม่ว่างจริง ๆ พอมาอีกวันนึง มาอ่าน เจอไปเกือบ 300 นั่งไล่อ่านเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะหมด  แต่ก็อ่านเอามัน ได้ความรู้เยอะดีนะเนี่ย อิๆๆๆ