Google


Archive for June, 2005

วิธีการ ใส่ Podcast ลงใน iTunes

ในบทความในครั้งนี้ ที่ใช้คือ เราใช้ ThaiCyberPoint - PodCasts beta ที่ผมลองทำดูนะครับ

โปรแกรมที่ต้องการคือ iTunes Version ตั้งแต่ 4.9 ขึ้นไปครับ

เปิด iTunes ขึ้นมาครับ แล้วไปที่ Source ด้านซ้ายมือเลือกที่ Podcasts แล้วไปที่ menu bar ชื่อว่า Advanced ไปที่ Subscribe to Podcast ….

ขึ้นหน้าต่าง Subscribe to Podcast แล้วใส่ URL http://www.thaicyberpoint.com/podcasts/ ลงไป แล้วก็ OK

List รายการก็ขึ้นมาใน iTunes แล้วก็ GET อะไรก็ตามที่เราต้องการครับ

ระบบก็จะ download เข้ามาในเครื่องให้เราเลยครับ

แล้วเราก็ฟังได้ตามปกติแบบเดียวกับที่เราโหลดจากเว็บครับ แต่สะดวกกว่าตรงที่เราไม่ต้องเข้าเว็บครับ update ใน iTunes ครับ ง่ายและรวดเร็วกว่าครับ


ความคิดเห็นที่ 1
สงสัยต้องรีบทำ Podcast ของตัวเองบ้างแล้ว
ชื่อ Kangg Email : kangg@yahoo.com วันที่ 01 ก.ค. 2548 เวลา 17:43 น.

ความคิดเห็นที่ 2
ลองทำตามวิธีแล้ว เห็นแค่วันปัจจุบันเท่านั้น
ไม่เห็นของที่ผ่านมาแล้ว ไม่เป็นแบบเลือก get
จะต้องปรับตรงไหนครับ

ขอบคุณครับ

ชื่อ gee Email : geezz@operamail.com วันที่ 08 ก.ค. 2548 เวลา 10:11 น.

ความคิดเห็นที่ 3
ถ้าไม่มีคำว่า get แสดงว่าโหลดมาแล้วครับ หรือไม่ใน iTunes ก็มีการเซ้ตค่าไม่ตรงตามที่เราต้องการครับ

ไปที่ Edit > Preferences > Podcast ครับ

แล้วเซ็ตที่

When new episodes are available : ให้เซ็ตเป็น Download all
Keep (เก็บไว้) : เลือกตามจำนวน episode ที่ต้องการ

ส่วนในตอนนี้ ThaiCyberPoint PodCast Beta มีเพียงแค่ Episode เีดียวนะครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : webmaster@thaicyberpoint.com วันที่ 09 ก.ค. 2548 เวลา 00:40 น.

ความคิดเห็นที่ 4
ไฟล์ เสียง ต้องเป็นนามสกุล อะไรครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 26 ต.ค. 2548 เวลา 16:32 น.

ความคิดเห็นที่ 5
เป็นไฟล์ mp3 ครับ ดีที่สุดครับ

และ bitrate ของไฟล์ไม่น่าต่ำกว่า 16kbps ครับผม แต่แนะนำที่ 32kbps ครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : webmaster@thaicyberpoint.com วันที่ 27 ต.ค. 2548 เวลา 00:25 น.

ความคิดเห็นที่ 6
อยากทราบวิธีการทำ RSS Feed และ XML ไฟล์ สำหรับเก็บ รายการนะครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 27 ต.ค. 2548 เวลา 11:52 น.

ความคิดเห็นที่ 7
ผมมีไฟล์ เป็น wma ซะส่วนมากครับ อยากจะให้ใช้ไฟล์ wma ได้ ไม่ทราบว่า ต้องแก้หรือว่า เพิ่มโค้ด ตรงส่วนไหนอีกหรือเปล่าครับ อีกเรื่องนะครับ แล้วเราต้องสร้างไฟล์พวก xml rss อะไรพวกนี้ด้วยหรือเปล่า (ยัง งงงง กะพวกนี้อยู่เหมือนกันครับ)
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 28 ต.ค. 2548 เวลา 16:18 น.

ความคิดเห็นที่ 8
ผมเอา Script มาใช้แล้วนะครับ แต่ว่า ไม่ขึ้นชื่อ Title นะครับ ขึ้นแต่ ชื่อไฟล์ นะครับ และพอเรียกจาก iTunes ตรงส่วน ของ Description ไม่มีรายละเอียดครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 10:04 น.

ความคิดเห็นที่ 9
ตอบคุณ kero ทั้งสองข้อความเลยแล้วกัน

เรื่องไฟล์ wma นี่ จากที่ได้ใช้ดู สามารถใช้งานได้ ครับ แต่ว่าไม่สะดวกครับ แนะนำให้แปลงเป็น mp3 จะดีที่สุดครับ

ส่วนเรื่อง Title หรือวพก Description นั้น ตอนนี้ script ตัวที่ว่านั้น ยังไม่สามารถใช้เป็นภาษาไทยได้ครับ แต่รองรับภาษาอังกฤษครับ ตอนนี้ผมกำลังทำ script ตัวใหม่ที่รองรับภาษาไทย แทนตัวเก่าที่เป็นของ programmer ต่างประเทศทำครับผม อดใจรอนะครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : webmaster@thaicyberpoint.com วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 11:20 น.

ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณมากครับ รบกวนถามต่อนะครับ เรื่องโปรแกรม บีบอัดไฟล์ MP3 นะครับ คือ ที่ผมถามเรื่อง wma เพราะว่าผมใช้โปรแกรมบีบอัดเป็น wma แล้วได้ไฟล์เล็ก นะครับ แต่ถ้าเป็น MP3 จะใหญ่กว่ามากเลยครับ ไม่ทราบว่ามีโปรมบีบอัดไฟล์ MP3 แนะนำไหม? ครับ ขอบคุณครับ (แปลง บีบอัด wma ผมใช้ Windows Media Encoder 9 ครับ) ขอบคุณครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 11:38 น.

ความคิดเห็นที่ 11
ส่วนใหญ่เวลาแปลงไฟล์ผมจะใช้ iTunes ในการแปลงไฟล์ครับ เข้าไปในส่วน import น่ะครับ แล้วปรับเป็น mp3 แล้วปรับ bitrate 32kbps แล้วใช้การ convert ใน iTunes ในการแปลงเอาครับ
ชื่อ FOrd AntiTrust Email : webmaster@thaicyberpoint.com วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 18:14 น.

ความคิดเห็นที่ 12
ผมลองไปหา Script ต่างในเน็ต ก้อยังไม่ค่อยเวริ์คเลยครับ… ผมเองก็ไม่มีความถนันในเรื่องการเขียนโปรแกรมด้วยอ่ะ ไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณ FOrd AntiTrust ในการพัฒนา Script ให้อ่านภาษาไทยได้นะครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 01 พ.ย. 2548 เวลา 16:59 น.

ความคิดเห็นที่ 13
คุณ FOrd AntiTrust เป็นไงบ้างครับ เรื่อง Script ผมคนหนึ่งครับ ยังรอความหวังจาก คุณ FOrd AntiTrust อยู่นะครับ เอาใจช่วยครับ
ชื่อ kero Email : kiadturbo@hotmail.com วันที่ 22 พ.ย. 2548 เวลา 21:48 น.

FastStone Image Viewer และ XnView

FastStone Image Viewer และ XnView (เลือกเอาเองว่าจะเอาตัวไหน)

ทั้งสองโปรแกรมเป็น image browser, viewer, converter และ basic image editor ในตัวเดียวกัน

ทั้งสองตัวเป็น freeware และทำงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงขนาดที่เล็ก ทำงานเร็วกินทรัพยากรระบบน้อยมาก แต่ความสามารถเกินตัวด้วยครับ

XnView
http://perso.wanadoo.fr/pierre.g/xnview/

FastStone Image Viewer
http://www.faststone.org/FSViewerDetail.htm

ลองเอามาใช้ดูนะครับ ท่านจะลืม ACDSee หรือโปรแกรมดูภาพที่ต้องมานั่ง Crack ไปในบัดดล หุๆๆๆ

รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสังคมการใช้ซอฟต์แวร์ยากขึ้นยังไงไม่รู้

ไม่รู้ว่าคิดไปเอง หรือยังไงไม่รู้ หรือว่าเราเริ่มคิดแตกต่างจากคนอื่นมากเกินไปก็ไม่รู้ หลังจากมาเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์เริ่มเข้าใจหัวอกคนทำซอฟต์แวร์มากขึ้น เริ่มหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง หรือมีให้ใช้ฟรีๆ มากขึ้น นี่กำลังจัดตัดสินใจซื้อ EditPlus จากเว็บเจ้าของนั้นมาใช้ ซึ่งหลังจากซื้อ NOD32 มาใช้ และเก็บเงินซื้อ Windows XP อยู่ ก็ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการใช้โปรแกรมต่างๆ ให้ไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้นดังที่ได้อ่านๆ ใน Blog เก่าๆ ของผม ตอนนี้กำลังปรับการใช้งานคือ

SnagIT -> Screenshot Pilot
Xara X -> Inkscape
Microsoft Visio -> Dia
Sony Sound Forge -> Audacity
Adobe Acrobat 7.0 -> PDFCreator
InterVideo WinDVD -> VLC media player
Macromedia Dreamweaver - > Nvu
Macromedia Flash -> ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว
FeedDemon -> RSS Bandit
Microsoft Office 2003 -> OpenOffice.org 1.9.104 (2.0 Beta)
PowerArchiver -> 7-Zip

ตอนนี้ก็ลีสออกมาได้แค่นี้อ่ะนะ บางส่วนอาจจะต้องฝื่นๆ ใช้เถื่อนไปบางส่วนก่อน T_T เฮ้อ …. มันหาโปรแกรมมาแทนยากจริงๆ หว่ะ

แต่ที่หนักใจกว่าคือจะมีใครรับงานจะตูไปทำได้มั้งไหมเนี่ย หรือตรูจะอ่านไฟล์คนอื่นได้หรือเปล่านี่ดิ น่าคิด อิบอ้ายเลย

ยิ่งเพื่อนๆ มันใช้ Microsoft Word / Excel / Powerpoint ทำงานโยนไปโยนมา มันจะได้งานไหมเนี่ย เฮ้อ …. หรือโปรแกรมอื่นๆ อีก ยิ่ง Visio ด้วยนี่แล้วใหญ่เลย Dia มันจะอ่านได้ถูกต้องหมด หรือเปล่า

ช่าง Think Different จริงหว่ะ ตรูเนี่ย

จันทรา เวอร์ชัน 1.0 เบต้า 1 (ร่วมกันเผยแพร่)

ได้่อ่านจาก Blog ใครไม่แน่ใจ จำไม่ได้เพราะว่าเดี่ยวนี้อ่าน Blog ของคนอื่นๆ วันนึงๆ ไม่ต่ำกว่า 15 คน ซึ่งใน list มีเยอะมาก แต่ว่าวันไหนไม่ได้อ่าน ไม่ได้ย่อยความรู้้ใน Blog ต่างๆ รู้สึกว่าตัวเองขาดสารความรู้ไปในทันที -_-” วันนี้ก็มาแนะนำ

จันทรา เวอร์ชัน 1.0 เบต้า 1

จันทราเป็นการรวบรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบนวินโดวส์ที่น่าใช้ รวมทั้งเอกสารและ add-on ของซอฟต์แวร์เหล่านั้นอย่างครบถ้วน แล้วออกเป็นซีดีในระยะเวลาที่แน่นอนทุกหกเดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ใช้ทั้งส่วนบุคคลและองค์กร ในการเปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไปจนถึงการเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ในที่สุด จันทราเป็นโครงการของฝ่ายโอเพนซอร์สของ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติหรือ SIPA เพื่อส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในประเทศไทยซอฟต์แวร์ในแผ่นจะแบ่งออกเป็นหมวด ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ที่ใช้งานในออฟฟิศ, สำหรับติดต่อกับอินเทอร์เน็ต, สำหรับงานออกแบบกราฟิกส์, สำหรับมัลติมีเดีย, สำหรับอรรถประโยชน์ทั่วไป, สำหรับการพัฒนาเว็บ และเพื่อความบันเทิง ในแต่ละหมวด ซอฟต์แวร์ที่แนะนำจะเป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเสถียร มีความสามารถและใช้งานได้ดีในประเภทของซอฟต์แวร์นั้น ๆ เนื่องจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีจำนวนมาก ซีดีแผ่นนี้จึงช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สได้ง่ายขึ้น

ซอฟต์แวร์ในแผ่นซีดีทั้งหมดเป็นซอฟต์แวร์สำหรับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows แต่ส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ที่มีทั้งบนวินโดวส์และบนลินุกซ์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ซอฟต์แวร์เดียวกัน เมื่อต้องการเปลี่ยนไปใช้ลินุกซ์ ทำให้การเปลี่ยนแปลงทำได้ง่ายขึ้น

ซอฟต์แวร์ทั้งหมดเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งหมายความว่า คุณสามารถจะใช้ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้อย่างอิสระ สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในคอมพิวเตอร์กี่เครื่องก็ได้ สามารถ copy ซอฟต์แวร์ให้กับผู้อื่น และสามารถใช้มันในเชิงพาณิชย์ได้ ถ้าคุณมีความสามารถคุณสามารถแก้ไขซอฟต์แวร์ให้เป็นไปตามความต้องการ และสามารถเผยแพร่ซอฟต์แวร์ไม่ว่าจะแก้ไขหรือไม่ออกสู่สาธารณะ ทั้งหมดคุณสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพราะผู้พัฒนาให้สิทธิเหล่านั้น ทั้งหมดแก่คุณโดยไม่คิดมูลค่า

เพื่อให้ทุกคนสามารถแก้ไขซอฟต์แวร์ได้ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจึงถูกเผยแพร่ออกมาพร้อมกับซอร์สโค้ดซึ่งเป็นเสมือนต้นฉ บับที่ใช้ในการพัฒนาออกมาเป็นซอฟต์แวร์ (ซอร์สโค้ดของโปรแกรมในจันทราอยู่ที่ directory sources) ถึงแม้คุณอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากซอร์สโค้ดโดยตรง แต่การเผยแพร่ซอร์สโค้ด ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์มิได้เป็นการทำงานของคนกลุ่มเดียว แต่เป็นการทำงานของประชาคมนักพัฒนาที่สื่อสารกันผ่านอินเทอร์เน็ต และถึงแม้คุณจะไม่ใช่นักพัฒนา คุณก็สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาได้ด้วยการรายงานบั้กหรือข้อผิดพลาด และเสนอความคิดเห็นเข้าไปยังโครงการ หรือถ้าคุณมีปัญหาคุณก็สามารถถามเข้าไปยังฟอรัมสำหรับผู้ใช้ของโครงการนั้น ๆ ได้

เพื่อความสะดวกของคุณ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือเช่นปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานแต่ละโปรแกรม คุณสามารถเข้าไปที่ www.thaiopensource.org/chantra เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือถามคำถามในเว็บบอร์ดที่เราเตรียมไว้ เราหวังว่าซีดีแผ่นนี้จะช่วยให้คุณเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับคนอีกหลายล้านคน ทั่วโลกที่กำลังใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

ช่วยๆ กันเผนแพร่นะครับ

Hello World !! Ford AntiTrust’s Projects Work

และแล้วก็ได้ทำสักทีสำหรับ Blog Project Work เป็น Blog สำหรับบอกเล่าเก้าสิบ งาน Programming แล้วพวก Project งานต่างๆ ที่ได้ทำ ในส่วนที่เปิดเผยได้ แต่ท่าทางจะเปิดเผยไดเ้่เยอะในส่วนของ FOSS น่ะ ทั้งพัฒนาในด้าน .Net และ มาตรฐานอื่นๆ ในแบบ FOSS หรือพวก Web Application ต่างๆ ที่ได้รับการว่าจ้าง หรือจัดทำจากลูกค้า ซึ่งในส่วนนี้แล้ว จะเอาแค่เทคนิค หรือระบบที่เค้ายอมรับให้เผยแพร่ได้ เอามาบอกๆ กัน แต่ท่าทางจะพูดในเชิืงเทคนิดมากกว่า แล้วเจอกันนะ หุๆๆๆ

ติดตามได้ที่นี่

[PANTIP.COM] - สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อ Computer ใหม่หรือ Upgrade อ่านตรงนี้สักนิดนะครับ

เอามาจากบอร์ดเขียวอีกรอบ ไม่รู้ดิเดี่ยวนี้เจออะไรดีๆ เยอะหุๆๆ

สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อ Computer ใหม่หรือ Upgrade อ่านตรงนี้สักนิดนะครับ

จริง ๆ แล้วหัวข้อนี้ผมเขียนมาครั้งนึงแล้วแต่ว่าเน้นในเรื่องของการเลือกประกัน แต่ว่าวันนี้จะขอพูดถึงการเลือกในส่วนของ Hardware สักหน่อยแล้วกัน

เริ่มแรกขอออกตัวก่อนว่าผมเองนั้นไม่ได้เก่งอะไร ไปกว่าเซียน ๆ ในห้องนี้เลยนะครับ และก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความรู้ผมทุกครั้งเวลาเข้ามาในที่นี้นะครับ

การเลือกซื้อ Computer นั้นบางคนบางท่านอาจจะสงสัยว่า มีหลักการเลือกซื้ออย่างไร ผมขออธิบายง่ายๆ แบบชาวบ้าน ๆ ให้ฟังดังนี้แล้วกันนะครับ คือปัจจุบันนี้เนี่ย computer ที่เราใช้กันอยู่โดยหลัก ๆ ก็คือ CPU จาก 2 ค่าย ก็คือ Intel และ AMD ในด้านของยอดขายนั้นเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Intel นั้นเป็นผู้นำทางด้านของ CPU เพราะว่าตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลอดนั้นเยอะกว่า AMD อย่างเห็นได้ชัดนั่นอาจเป็นเพราะว่า Intel นั้นมีการใช้ต้นทุนทางด้านการตลาดค่อนข้างสูงกว่า AMD แต่ส่วนของคุณภาพนั้นผมไม่ขอพูดถึง เพราะว่าถ้ามัวมาเถียงในเรื่องประสิทธิภาพนั้น เดวสาวกของค่ายนั้น ๆ จะมาทะเลาะกันอีก แต่ทั้ง 2 ค่ายก็ได้แบ่ง CPU เป็น 2 ระดับก็คือ ระดับบน กับระดับล่าง เอาพูดง่ายๆ อย่างงี้แล้วกันนะครับ ของ Intel ก็จะมี Pentium 4 เป็น CPUระดับบน และ มี Celeron เป็น CPU ระดับล่างหรือพูดให้ดูดีหน่อยก็คือราคาประหยัด ส่วน AMD ในตอนนี้ก็คือ AMD 64 เป็นตลาดระดับบนและ Sempron เป็นตลาดระดับล่าง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า CPU ทั้ง 2 ค่ายนั้นมีให้ลูกค้าเลือกซื้อดังแต่ CPU ที่ราคาสูง ถึงราคาประหยัด ถ้าทำให้เห็นภาพก็คือ

Intel Pentium4 VS AMD 64
Intel Celeron VS AMD Sempron

ส่วนใครจะตัดสินใจใช้ตัวไหนก็แล้วแต่นะครับ คราวนี้มาดูในส่วนของตัวที่จะมารองรับ การทำงานของ CPU กัน ก็คือ Mainboard นั่นเอง เนื่องจากว่า ทั้ง 2 ค่ายนั้นเป็นคู่ต่อกรอย่างชนิดว่า แทบจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ว่าได้ เพราะว่า ตัว mainboard นั่นก็ไม่สามารถที่จะใช้ด้วยกันได้แต่เติมสมัยที่การแข่งขันยังไม่สูงมากAMD และ Intel ใช้ mainboard ที่ใช้สถาปัตยกรรมบน mainboard เป็นตัวเดียวกัน ถ้าจำไม่ผิด สถาปัตกรรมสุดท้ายที่ AMD ใช้ร่วมกับ Intel น่าจะเป็น Socket 7 ในสมัยที่ AMD เป็น K6 III
และ Intel เป็น Pentium แต่หลังจากนั้นมาทั้ง 2 ค่ายก็แยกกันใช้สถาปัจยกรรมบน mainboard เป็นคนละตัวกัน เพราะฉะนั้นผู้ซื้อที่เป็นมือใหม่ หรือมือเก่า ต้องศึกษาตรงนี้ให้ดีนะครับ ไม่ใช่ว่า อยากใช้ CPU AMD64 แต่ดันไปซื้อ Mainboard ที่ทำมาใส่ Pentium 4 จะเสียเงินไปฟรี ๆ ส่วนการเลือกซื้อ mainboard นั้น ก็ควรที่จะอ่านหาความรู้ใน board นี้ละครับว่าส่วนใหญ่เค้าใช้ยี่ห้ออะไรกัน และความจำเป็นของเราอยู่ในขั้นไหน อย่างเช่น ถ้าอยากเอาไปเพิ่มความสามารถโดยการ Overclock ก็ต้องเลือก Mainboard ที่ทำมาให้ Overclock ได้หน่อย ไม่ใช่เลือก Mainboard ที่เค้าทำมาเพื่อให้เหมาะสมกับงานระดับธรรมดาเป็น mainboard ราคาประหยัดแล้วพอเอามา Overclock ไม่ได้ ก็มาบ่นมาว่า ว่า Mainboard นั้นไม่ดีมั่งไม่ได้มาตราฐานมั่ง เราซื้อมาให้เพียงพอต่อการใช้งานดีกว่าครับ ผมขอยกตัวอย่างนิดนึง อย่างเช่นถ้าเราใช้ CPU AMD Atlhon 2500+ ถ้าเราต้องการเอามา Overclock ก็อาจจะใช้ Abit AN7 Guru ซึ่งราคาประมาณ 3000 กว่า ๆ แต่ถ้าจะเอาไปใช้งานจริงๆ ไม่ได้จะเอาไป Overclock อะไร เราก็อาจจะใช้ Aslock K7VTA 4 Pro ซึ่งราคาประมาณ พันปลาย ๆ แค่นี้คุณก็ประหยัดไป พันกว่าบาทแล้วนะครับ ถ้าหลาย ๆ ชิ้นรวมกันอาจจะประหยัดไปได้ถึง 4-5000 บาท การประกันก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่คุณขาดไปไม่ได้นะ บางร้าน Ram ถูกกว่าร้านอื่น 100-200 บาท ซึ่งคุณเดินดูมานานแสนนานแล้วเห็นร้านนี้ถูกกว่า ก็เลยซื้อที่ร้านนี้ แต่ปรากฏว่ามารู้ทีหลังว่าเป็น Ram ปลอม อย่างงี้มันช้ำใจมั๊ยครับ เดินก็เมื่อย ถูกกว่าแค่ 100-200 แต่ว่าดันเป็น Ram ปลอมเพราะฉะนั้นก็ต้องศึกษาอีกละครับว่า ตัวไหนปลอมตัวไหนจริง หลักง่ายๆ แบบไม่ต้องคิด ก็คือพยายามซื้อ Ram ที่มีประกันกับบริษัทดัง ๆ รับรองว่า เป็นRam แท้แน่นอนครับ แพงกว่า 100-200 แต่ ทำให้คุณสบายใจ และเวลาเสีย ไม่มีปัญหาอีกด้วย ส่วนตัวอื่นๆ ก็ลองศึกษาดูแล้วกันนะครับว่า ควรจะซื้อให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองอย่างไร เช่นใช้เล่นเกมส์ยิงไข่ หรือว่า เล่น Net ดูหนังโดยแทบที่จะไม่ได้เล่นเกมส์ที่ใช้ความสามารถของการ์ดจอ เยอะๆ เลย ก็ซื้อ VGA ซักประมาณ พันกว่าบาทก็พอ แต่ถ้าจะใช้เล่นเกมส์ที่ใช้ความสามารถของ VGA เยอะ ๆ อันนี้ก็ต้องลงทุนกันอีกก้อนนึงละครับ

ฝากข้อคิดไว้อีกนิดนึง

เราไม่ควรตามกระแสให้มากไปเพราะว่าความต้องการและฐานะของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ บางคนพอมีพอกิน เครื่องประมาณสัก 20000 ก็ทำให้มีความสุขได้แล้วครบตามความต้องการ แต่ถ้าเป็นพวกไม่รู้จักพอ อะไรเค้าว่าดี เค้าว่าเจ๋ง ก็ต้องไปไขว่คว้ามา โดยที่ตัวเองไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองนั้นใช้ Computer ไปแค่ 20-30 % ของความสามารถที่เครื่องให้ได้ คนพวกนี้มีแสนก็หมดแสนครับ แล้วอีกอย่างสำหรับมือใหม่ ตราบใดที่คุณยังไม่รู้ว่า Hardware ที่คุณใช้แต่ละตัวนั้นมีประกันของที่ใด การที่จะไปเดินเช็คทุกร้านว่าอันไหนถูกที่สุดแล้วซื้อมาให้คนรู้จักประกอบ เวลาคอมมีปัญหาทีรู้มั๊ยครับว่าอะไรจะตามคุณมาในกรณีที่ มันเสีย แล้วคนที่ประกอบหรือซื้อให้คุณไม่ว่างมาทำให้ เพราะฉะนั้น ศึกษาร้านที่ซื้อสักนิดนึงว่าร้านไหนดีพอจะให้ คำปรึกษาแก่คุณได้ ของเค้าอาจแพงกว่าชิ้นละ 100 หรือ 200 แต่ว่าเวลาคอมคุณมีปัญหาเค้าเต็มใจและพร้อมที่จะตอบปัญหาของคุณ ดีกว่า ร้านที่ของถูกกว่าแล้วเวลาคุณมีปัญหาแล้วบ่ายเบี่ยงไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรคุณเลยแล้วเวลานั้นคุณจะมานั่งเสียใจทีหลังนะครับ

สุดท้ายครับ บอร์ดนี้เหมาะกับทุกคนทุกเพศและทุกวัยที่กำลังศึกษาในเรื่องของ computer ทุกคนที่มีความรู้เค้าพร้อมที่จะตอบคำถามของคุณทั้งนั้นแหละครับถ้าเค้ารู้ถ้าเค้าช่วยได้ สำหรับมือใหม่ที่ต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ ก่อนซื้อเสียเวลามานั่งอ่านที่บอร์ดนี้สักวันละ 15 นาที ประมาณสัก 1 อาทิตย์ผมรับรองว่า คุณจะไม่โดนหลอกแน่ ๆ เวลาที่ไปซื้อของที่พันทิพย์ ฝากข้อคิดไว้แค่นี้นะครับ

http://www.pantip.com/tech/hardware/topic/HP1831341/HP1831341.html

[PANTIP.COM] - อะไรๆก็หันเข้าหามือถือกันหมด

อ่านเจอในเว็บบอร์ดเขียวเลยเอามาให้อ่านกัน http://www.pantip.com/tech/nonpc/topic/NM1811535/NM1811535.html

กล้องดิจิตอล ตอนนี้ก็เอามารวมกับมือถือ ถึงความละเอียดของภาพจะยังต่ำ แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มือถือบางรุ่น ถึงขนาดถ่ายวิดีโอได้ด้วย

pocket PC เดี๋ยวนี้ก็มารวมกับมือถือ กลายเป็น smartphone เก็บได้หมด ทั้ง contact, note, calendar, to do list ดูหนังฟังเพลงได้ด้วย พวก PDA ก็เริ่มหดหายไปทีละน้อยๆ

MP3 player เดี๋ยวนี้มือถือก็เล่นเพลง MP3 กันได้ตั้งหลายรุ่นแล้ว ความจุก็แล้วแต่แผ่น RSD ผมเห็นในตลาดมีขายถึง 512 Mb แล้ว แข่งกับ พวกแฟลชได้สบายๆ อีกเดี๋ยวก็มีแผ่น 1 GB มาขาย

สรุปว่าอีกหน่อยก็คงทำทุกอย่างได้หมดบนมือถือเครื่องเดียว ราคาก็คงถูกกว่าไปซื้ออุปกรณ์แต่ละประเภทมาต่างหาก แต่จะมีใครนึกถึงข้อเสียกันบ้างไหมครับ

ข้อเสียข้อแรก ถึงมือถือจะทำได้ทุกอย่างในอนาคตอันใกล้ แต่ก็คงจะทำหน้าที่แต่ละอย่างได้ไม่ดีนัก อย่างกล้องถ่ายรูป ถึงจะเพิ่มความละเีอียดขึ้นได้เรื่อยๆ แต่ซูมก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ ส่วนมากก็จะได้แต่ซูมดิจิตอล ซึ่งไม่ใช่ซูมจริง จะเอาซูมจริงๆมาใส่ ขนาดกล้องก็ต้องใหญ่ขึ้น ก็คงจะพกไม่สะดวก แฟลชที่มากับกล้อง ส่วนมากก็ตัวเล็ก ระยะที่จะใช้แฟลชได้ดีอย่างมากก็ไม่เกิน 2-3 ฟุต ซึ่งว่ากันจริงๆก็ใช้ในที่มืดได้ไม่ค่อยดี จะเอาแฟลชดี มีประสิทธิภาพ ก็ต้องหาแบบตัวใหญ่หน่อย ก็เอามาใส่ในกล้องไม่ไหว สรุปว่ากล้องในมือถือมีประโยชน์แค่เป็น snapshot จะเอารูปดีๆ สวยๆ เหมือนกล้องจริงก็คงเป็นไปไม่ได้

Pocket PC ก็เหมือนกัน ถึง smart phone จะทำได้สารพัดยังไง จอก็ยังเล็กอยู่มาก รุ่นที่จอใหญ่ๆ ดูรูป ดูหนัง ได้ง่ายๆ อย่าง O2 หรือ O2 Mini ถ้าต้องพกตลอดเวลาเหมือนมือถือทั่วๆไป ก็จะรู้สึกว่าเทอะทะ ไม่คล่องตัว แล้วถ้าจะเอามาใช้งานจริงๆ อย่าง word excel ฯลฯ ก็จะเห็นว่าจอเล็กเกินกว่าที่จะทำงานได้ง่ายๆเหมือนอย่างในคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ smartphone ส่วนมาก ยังไม่ได้ใช้ stylus ในการใส่ข้อมูล ต้องมาคอยนั่งจิ้มแป้นกด ซึ่งถ้าใช้เป็นเวลานาน ก็จะรู้สึกรำคาญมากเหมือนกัน

ส่วนเครื่องเล่น MP3 นั้น แน่นอน ก็ต้องดูที่คุณภาพเสียงและปริมาณความจุ เรื่องของความจุนี่ ซักวันมือถือก็อาจจะมีความจุเยอะๆได้เหมือน iPod แต่คุณภาพเสียงจะเป็นยังไง คงต้องดูกันต่อไป

ข้อเสียข้อที่สอง ของการรวมอุปกรณ์ต่างๆไว้ในมือถือเพียงอย่างเดียว คือความปลอดภัยของข้อมูล ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเอา address book, เพลง, รูป, ตารางนัดหมาย, ฯลฯ ใส่ไว้ในโทรศัพท์เครื่องเดียวหมด เกิดโทรศัพท์หายขึ้นมา จะทำยังไงกัน บางคนอาจจะบอกว่า ก็ back up ข้อมูลใส่คอมพ์ไว้แล้ว จะต้องกลัวอะไร แต่ในความเป็นจริงนะครับ คนส่วนมากไม่ได้ back up ข้อมูลกันตลอดเวลาอย่างที่ควรจะทำกันหรอก นึกได้เมื่อไหร่ก็ทำเสียทีหนึ่ง เกิดคุณเอาอะไรต่ออะไรใส่ในโทรศัพท์ แล้วลืม back up ซักอาทิตย์นึง แล้วบังเอิญโทรศัพท์หายขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น และถึงคุณจะ back up ข้อมูลแล้ว แต่คนที่เอาโทรศัพท์คุณไป ก็จะได้ข้อมูลที่อยู่ในนั้นสารพัด ซึ่งก็มีผลต่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัวได้อยู่ดี ในขณะที่ถ้าคุณแยกประเภทของข้อมูลและชนิดของอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลนั้นออกจากกัน คุณจะไม่มีปัญหาปวดหัวแบบนี้ เพราะถ้า MP3 player คุณหาย คุณก็เสียแต่เพลง ถ้าโทรศัพท์คุณหาย คุณก็เสียแต่ address book ถ้า pocket pc คุณหาย คุณก็หายแต่ตารางนัดหมาย (หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในนั้น) แต่อย่างน้อย คุณก็ยังมีเบอร์โทรที่คุณจะติดต่อใครต่อใครได้อยู่

ข้อเสียข้อสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง (จริงๆมีอีกหลายข้อ) คือจุดอ่อนสำคัญที่สุดของโทรศัพท์ (และอุปกรณ์อิเลคโทรนิคแบบพกพาทั้งหลาย) นั่นก็คือ อายุของแบตเตอรี่ ทุกวันนี้ โทรศัพท์มือถือ ถ้า standby เฉยๆก็อาจจะอยู่ได้หลายวัน แต่ถ้าเริ่มคุย ส่วนมากก็จะอยู่ได้แค่ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเอาไปดูหนัง ฟังเพลงด้วย แบตโทรศัพท์ของคุณจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ Pocket PC ส่วนมาก ดูหนัง่ได้ 4-6 ชั่วโมง แต่นั่นคือ ไม่ได้เปิด standby ไว้ ถ้าต้อง standby เหมือนโทรศัพท์ ก็คงจะอยู่ไม่ได้นานอย่างนั้น เครื่องเล่น MP3 ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ตราบใดที่บริษัททั้งหลาย ยังคิดค้นแบตที่ใช้งานติดต่อกัน ทั้งดูหนัง ฟังเพลง คุยโทรศัพท์ แล้วยังอยู่ไ้ด้เป็นวันๆละก็ ผมว่าการเอาอุปกรณ์ทั้งหมดนี้มารวมกันก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอกครับ มีแต่จะรำคาญเปล่าๆ เพราะต้องคอยชาร์จแบตอยู่เรื่อยๆ อาจจะวันละสองสามครั้ง

ก็ฝากไปคิดดูครับ






Close
E-mail It