ผมเป็นคนชอบอ่านอะไรที่ได้แง่คิด ซึ่งคนนึงที่ผมติดตามการตอบกระทู้ ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง อย่างน้า แมวเหมียวพุงป่อง ห้อง pantip.com แต่เนื้อแท้แล้วได้อะไรกลับมาพัฒนาและเสริมแนวคิดตัวเองทุกๆ ครั้งไป
วันนี้เลยขอสรุปเฉพาะอันที่ผมชอบและโดนใจผมแล้วกัน
สิ่งที่ท่านอยากรู้ และไม่กลัวที่จะถาม …{แตกประเด็นจาก O9941509} – แมวเหมียวพุงป่อง
เพราะมันเป็นศาสตร์ที่ต้องการความละเอียดอ่อน ความแม่นยำ ความถูกต้องสูงมากๆ
ทั้งอุปกรณ์ วิธีใช้ การสร้าง การคำนวน ฯลฯเพื่อสร้างผลงาน
ที่เอาอะไรวัดไม่ได้ซักอย่าง ไม่มีกฏ เกณฑ์ มาตรฐาน
คิดก่อนถ่ายเสมอๆ ว่า “อดีตไม่มีทางย้อนคืนมา และ ความทรงจำไม่มีทางยืนยงยาวนาน”
รูป คือ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่สามารถเชื่อมโยงความทรงจำของเรา กับ ช่วงหนึ่งของชีวิตในอดีตของเรา …
ตอนถ่าย ไม่ค่อยได้คิด
บุคคลสำเร็จได้ ด้วยความเพียร
การที่ผมจะแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้
ผมต้องมีความรู้นั้นๆ มากพอผมจะมีความรู้มากๆ ไม่ได้
ถ้าไม่ค้นคว้า หาอ่าน จด จำ วิเคราะห์ ต่อยอดการแบ่งปันความรู้ให้คนอื่น ก็เท่ากับทำให้ผมได้ ..
และได้มากด้วย
คนทุกคน ชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร ไม่เหมือนกัน
และไม่จำเป็นต้องเหมือนและที่สำคัญ
ผมไม่สามารถ (และไม่ควรเป็นที่สุด) ที่จะเอาความชอบหรือไม่ชอบของผม .. ไปตัดสินคนอื่น
อย่าทำตามความอยาก
อย่าซื้อ เพราะความอยากของตัวเอง
อย่าซื้อ เพราะความอยากของคนอื่น
อย่าถ่ายรูป เพราะความอยากของตัวเอง
อย่าถ่ายรูป เพราะคิดว่า มีกล้องแล้วมีอำนาจ อยากละเมิดสิทธิของผู้อื่น ก็ทำตามอยากซื้อ มี ใช้ เพราะมีความต้องการที่ชัดๆ ที่เป็นของตัวเอง
รัก และใส่ใจในอุปกรณ์ที่มี เหมือนกับว่ามันมีจิตวิญญาณ
อย่าทำเหมือนกับมันเป็นแค่ “เครื่องมือชิ้นหนึ่ง”ถ้าบอกว่า ทำอยู่แล้ว
ก็ต้องถามว่า
ศึกษา หาความรู้ เกี่ยวกับอุปกรณ์ของตัวเอง มากน้อยแค่ไหน
เข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน
หรือ สักๆแต่ว่าใช้ๆๆๆ
คนหลังกล้องจะต้องประกอบด้วยความรู้พื้นฐานหรือต้องศึกษาหลักการในการถ่ายรูป ที่สำคัญๆ อะไรเป็นหลักเพื่อให้ได้ภาพที่สวยและดีครับ
เรื่องการวัดแสง และตัวแปรที่เกี่ยวข้อง(ISO, Tv, Av, Fv) รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนค่าตัวแปรนั้นๆ
ดูผลงานของมือโปรให้บ่อยๆ
ไม่ว่าจากหนังสือถ่ายภาพ หนังสือท่องเที่ยว หนังสือนิตยสารผู้หญิง หนังสือปลุกใจ หนัง AVฯลฯ
ดูเสร็จแล้ว
ตั้งคำถามว่า “ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น”
ห้ามตั้งคำถามว่า “เขาทำอย่างไร” เป็นอันขาดและ
ถ้าทำได้
ให้ตั้งคำถามตัวเองว่า
ถ้ามีโอกาสอย่างนั้น จะทำให้ดีกว่าเขาได้อย่างไร(แต่ไม่ต้องไปเป็นนักแสดง AV เสียเอง เพื่อให้ “เข้าถึง” ศิลปะอิอ๊าชั้นสูงหรอกนะ wink)
ถ้าไม่ยึดติด ก็คงไม่มาตอบคำถามแล้วครับ smile
คนเราทุกคน มีกิเลส มีตัณหา มีความยึดมั่นถือมั่นกันทั้งนั้น
ถึงปากจะบอกว่าไม่ ถึงใจจะมั่นว่าไม่
แต่
กิเลส ตัณหา ยางเหนียว ความยึดติด มันก็ยังมีกันทั้งนั้น
เต็ม เปี่ยมล้น หนึบหนับ …
ผมเจอแฟน ตอนออกไปทำงานนอกหน่วย ..
งานภาคสนาม ปักหลักกลางเต้นท์ติดชายทุ่งนา นอนเตียงสนาม กั้นผ้าเพื่ออาบน้ำผมปรายตามองแว่บ เห็นเขาตักข้าวแล้วแอบไปนั่งกินเงียบๆ
เลยเดินไปถามตรงๆว่า ทำไมทำตัวเป็นคุณหนู แปลกแยกแตกต่างจากคนอื่น
(ไม่รู้นี่หว่า ว่าจริงๆแล้ว เขาเป็นคุณหนู!! ดันไม่มีใครบอกซักคน !!!)เขาตอบตรงๆว่า กินเจ (เพื่อทำบุญอะไรของเขาไม่รู้)
ไม่มีอะไรกิน เพราะเขากินกันแต่เนื้อสัตว์ และไม่อยากโดนถาม เพราะกินข้าวเปล่าๆผมก็บอกพิก๊ล (ก็มันพิกลจริงๆนี่นา)
แล้วก็เดินข้ามทุ่ง ไปขอเห็ดฟางที่ชาวบ้านเขาเพาะไว้
กลับมาต้ม ใส่เกลือ เป็นกับข้าวให้เขากิน hahaเขาก็ทำท่ากระบิดกระบวน
ผมก็บอกว่า อย่าเรื่องมาก เรามาทำงาน ถ้าคุณเป็นลมระหว่างทำงาน ผมก็ต้องเดือดร้อน (ไม่ได้บอกว่า เขาหน้าตาสวย ผมก็ต้องคอยมองตลอด haha)วันอื่นๆที่เหลือ ผมก็บุกไปปล้นเห็ดฟางตามเดิม
อ้อ มีมะละกอ กับพวกอื่นๆอีกตะหาก
และจี้ให้แม่ครัว ซื้อซีอิ้วขาว วุ้นเส้น ฯลฯ มาให้ด้วยล้างกระทะ ฟาดกระเทียมโป้กเป้กไปตามเรื่อง … เพื่อผัดผัก แกงจืด
เขารู้เข้าก็บอกว่า อย่าวุ่นวาย อายเขา
ผมก็บอกว่า
อย่าเรื่องมาก ผมก็ชอบกินมังสวิรัติ และทำของผมกินเองและแบ่งให้คุณ
คุณไม่กิน ก็กลับบ้านไปซะ อย่ามาเป็นภาระให้คนอื่นผมทำกับข้าว ตอนแม่ครัวทำเสร็จแล้ว ล้างกระทะและเครื่องครัวให้เสร็จสรรพ ยังไม่เดือดร้อน
แล้วคุณจะมาเดือดร้อนวุ่นวายกับผมทำไม แค่นี้ผมก็เหนื่อยแล้ว ไปนั่งกินข้าวกินปลาให้เรียบๆร้อยๆ จะได้มีแรงทำงานต่อ แดดยิ่งร้อนๆอยู่ด้วย ไฟในเตาก็ร้อน อย่าเพิ่งมากวนได้ไหม
เขาก็เดินเจี๋ยมเจี๋ยม กลับไปนั่งรอที่โต๊ะแต่โดยดี smile
ไปทำงานภาคสนามหนะ
มันเหนื่อย ร้อน ลำบาก ล้า หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายที่สุด
แต่ไม่มีใครบอกผมว่า
ตอนเหนื่อย ร้อน ลำบาก ล้า หงุดหงิด อารมณ์เสีย เพราะหิวข้าว
แล้วมีคนมาช่วย
มันเท่ห์ กิ๊บเก๋ พระเอกหนังไทยเป็นบ้า!!!
อาหารพื้นๆ ก็กลายเป็นอาหารสุดอร่อย อาหารชั้นเทพไปออกภาคสนามหลายๆหน
เรื่องมันก็เลยเอวัง .. ผมเลยกลายเป็นพ่อครัวประจำบ้านเขาไปเลย hahaผมไม่โรแมนติก (ร้อนเฟร้ย! เหนื่อยด้วย หิวด้วย ฝุ่นท่วมตัว เดินข้ามทุ่งนากิโลนึงเนี่ย มันไม่สนุกเฟร้ย)
แต่เขาบอกว่า … โรแมนตุกติกที่สุดเลยค่ะ …
เนื้อหาหลักในพระไตรปิฎก มีแต่ความจริง
ส่วนที่เป็นกิ่ง ก้าน ใบ กระพี้ เปลือก ก็มี
แต่ที่เป็นแก่น ในพระไตรปิฎก ก็คือ ความจริง
ความจริงล้วนๆไม่น่าฟัง
ไม่น่าคิดตาม
แต่
ไม่มีอะไรในนั้น นอกเหนือจากความจริง
ความจริงล้วนๆผมพยายามอ่านพระไตรปิฎก และ”พยายาม”หาสิ่งที่เป็นแก่นแห่งความจริง
ความจริงของสรรพสิ่ง (อริยสัจจ์)
โดยไม่ทิ้งส่วนประกอบที่เป็นกิ่ง ก้าน ใบ กระพี้ เปลือก ซึ่งเป็นส่วนเติมเต็มของแก่นอ่าน คิด วิเคราะห์ ปฏิบัติ
และพบว่า
ความจริงพื้นฐานบางอย่าง
ที่พระองค์ทรงนำมาแสดงให้ดูนั้นไม่น่าฟัง
น่าสะพรึงกลัว
น่าหวาดหวั่นเป็นที่สุด
ผิด ชอบ ชั่ว ดี … อยู่ที่ใจ
การโพสท์ภาพทางการเมือง .. คนที่ทำได้ ผมมั่นใจ ว่า อายุไม่น้อยกว่ายี่สิบ
เพราะน้อยกว่านั้น .. ส่วนใหญ่ มักจะโพสท์ภาพทางการขาวๆ เนียนๆ มากกว่าอายุยี่สิบ ก็บรรลุนิติภาวะแล้ว
ผิด ชอบ ชั่ว ดี ฯลฯ ก็รู้แล้ว … ในระดับหนึ่ง
เหมาะ – ไม่เหมาะ … ก็รู้เช่นกันอ้อ .. ทำเนียน .. หมายความว่าไร?
ถ้าหมายความว่า ทำเพื่อวัตถุประสงค์หนึ่ง แล้วแสร้งทำว่าไม่ใช่
สำหรับผมแล้ว มันก็หมายความว่า .. คนทำ มั่นใจว่า คนอ่าน(ฟัง)โง่ .. มาก .. จนไม่รู้การเสแสร้งนั้นๆตนเองกระทำถ้าการ “ทำเนียน” หมายความว่าอย่างนี้
ผมรังเกียจครับ
